วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สุพรรณบุรี หนังสือพิมพ์พลังชน พาไปดู สำนักสวนไผ่ ศูนย์ปฎิบัติธรรมขวดพลาสติก





            ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่สำนักสวนไผ่ปฏิบัติธรรมและศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ม.4 ต.สนามคลี อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี มีพระภิกษุ สามเณรและชาวบ้านได้ช่วยกันทำรั้ว เจดีย์ วิหาร โบถส์ กุฎิ ศาลาและห้องน้ำที่ทำจากขวดพลาสติกหลากสีสัน ประดับประดาตกแต่งอย่างสวยสดงดงามโดดเด่น สร้างความฮือฮาแก่ผู้ที่พบเห็นผ่านไปมา




             จึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบพบพระ และชาวบ้านจำนวนหนึ่งกำลังนำขวดพลาสติกตกแต่งทำเป็นหลังคากุฎิ จากการสอบถามพระครูพิพัฒน์วุฒิกร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ผู้ดูแลสำนักสวนไผ่ปฎิบัติธรรมเล่าว่า เดิมทีศูนย์ปฎิบัติธรรมแห่งนี้บนเนื้อที่กว่า6ไร่ จะทำป้ายบอกทางแล้วนำยางรถยนต์เก่ามาทำเป็นรั้ว พอไปถามร้านยางเก่าแต่ละเส้นมีราคาสูงและบังเอิญขณะเดินบิณฑบาตรเห็นคนเก็บของเก่าเลือกเก็บแต่เฉพาะขวดพลาสติกสีขาว ไม่เก็บขวดพลาสติกสี จึงได้สอบถามก็พบว่าขวดพลาสติกสีไม่นิยมเพราะได้ราคาถูกแค่กิโลกรัมละ1บาท ต่างจากขวดพลาสติกใส ได้กิโลกรัมละ8บาท ทำให้ตามกองขยะในหมู่บ้านมีแต่ขวดพลาสติกสีเต็มไปหมด




               จนเกิดความคิดว่าน่าจะมาทำประโยชน์ได้ ตอนแรกก็นำมาล้างให้สะอาดแล้วทำเป็นรั้วก่อน แล้วจึงทำเป็นโบสถ์ ศาลา ทำไปคิดออกแบบไป พอทำเสร็จก็แข็งแรงทนทานและสวยดี พอชาวบ้านเห็นแล้วสะดุดตาก็เข้ามาชม บางคนก็เข้ามาเรียนรู้เพื่อนำไปทำที่บ้านตนเอง นอกจากนี้ยังเป็นกุศโลบายที่ให้ชาวบ้านได้เห็นสิ่งของที่คิดว่าไร้ค่าสามารถนำกลับมาใช้ประโยชนใหม่ได้ ไม่จำเป็นต้องมาทำเจดีย์ โบสถ์ ศาลา อาจทำเป็นสิ่งของเครื่องใช้ในบ้านเช่นตระกร้า ถังขยะหรือสิ่งประดิษฐ์อิ่นๆเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในยามเศรษฐกิจเช่นนี้




                ในส่วนของศูนย์ปฎิบัติแห่งนี้กำลังก่อสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่และสังเวชนียสถาน4 ที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา ปรินิพพานที่ทำจากขวดพลาสติกสีทั้งหมดเพื่อให้พุทธบริษัทและนักท่องเที่ยวที่ได้เข้ามา ณ.ที่แห่งนี้เกิดความรู้สึกระลึกถึงพระพุทธเจ้า เกิดความแช่มชื่น เบิกบาน เกิดแรงบันดาลใจที่จะทำความดี เมื่อได้ไปพบเห็นและหากผู้ใจบุญต้องการบริจาคขวดพลาสติก สามารถนำมาให้ได้ทุกวันหรือโทร.081-447-9199






   เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์
เรวัติ น้อยวิจิตร hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com 08-1910-7445

ม.คริสเตียน สำรวจความคิดเห็น ปชช.เกี่ยวกับการทุจริต คอรัปชันของหน่วยงานภาครัฐ





ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการทุจริต คอรัปชันของหน่วยงานภาครัฐ
โดย ฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยคริสเตียน




   ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จันทร์จิรา วงษ์ขมทอง อธิการบดีมหาวิทยาลัยคริสเตียน เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัย คริสเตียน ได้สุ่มสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการทุจริต คอรัปชันของหน่วยงานภาครัฐ ที่อาศัยอยู่ในเขตจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี และนครปฐม จำนวน 1,490 คน อายุ 18 ปีขึ้นไป โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นหญิง ร้อยละ 51.1 และชายร้อยละ 48.9 กลุ่มอายุ 18-30 ปี มีมากที่สุดร้อยละ 38.6 มีสถานภาพสมรส ร้อยละ 41.5 นับถือศาสนาพุทธมากที่สุด ร้อยละ 97.3 ระดับการศึกษาปริญญาตรีมากที่สุด ร้อยละ 35.8  ประกอบอาชีพเป็นเจ้าของกิจการ/ค้าขาย/      มีธุรกิจส่วนตัว มากที่สุดร้อยละ 33.1  เป็นข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 30.8  และร้อยละ 19.5 เป็นนักเรียน/นักศึกษา





 ประชาชนกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 56.0 มีความเห็นว่า หน่วยงานภาครัฐมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่รับผิดชอบระดับปานกลางถึงมาก ร้อยละ 46.5 ยังมีความเห็นว่า หน่วยงานของรัฐที่เคยใช้บริการมีการเผยแพร่ข้อมูลค่อนข้างน้อย ร้อยละ 58.6 เห็นว่า หน่วยงานของรัฐที่เคยใช้บริการมีการเผยแพร่ขั้นตอนและเวลาของการให้บริการอย่างชัดเจนระดับปานกลาง กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 48.6 เห็นว่า ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมในการดำเนินงานจากหน่วยงานที่เคยใช้บริการระดับปานกลางถึงมาก ร้อยละ 54.6 เห็นว่า หน่วยงานของรัฐที่เคยใช้บริการมีการให้บริการอย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติในระดับปานกลาง กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 49.6 เห็นว่า เจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐที่เคยใช้บริการให้บริการด้วยท่าทีกระตือรือร้น เต็มใจ และให้บริการอย่างรวดเร็วในระดับปานกลาง ร้อยละ 44.7 ไม่เคยรับทราบว่าเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐที่เคยใช้บริการรับเงินพิเศษ หรือเรียกรับเงินเพื่อแลกเปลี่ยนกับการให้บริการ แต่ก็มีร้อยละ 13.6 เคยรับทราบว่ามีการเรียกรับเงิน กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 45.8 ไม่เห็นด้วยว่าการเรียกร้องเงินพิเศษ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการให้บริการเป็นเรื่องปกติ นอกจากนั้นกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 46.8 ยังเห็นว่า ความไม่ยุติธรรมและความไม่โปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐที่ให้บริการเป็นปัญหาในระดับปานกลาง





ส่วนประเด็นเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการทุจริต คอรัปชันของหน่วยงานภาครัฐ ที่ให้บริการ กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 82.1 เห็นว่า ควรกำหนดมาตรการอย่างเข้มงวดในการควบคุมให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐให้บริการประชาชนอย่างยุติธรรมและโปร่งใส 




 หลายประเทศพยายามแก้ปัญหาการทุจริต คอรัปชัน โดยกระบวนการหลายขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง ภาครัฐควรสร้างวัฒนธรรมความโปร่งใส ซื่อสัตย์ ยุติธรรม และควรแยกระหว่าง “เรื่องส่วนตัว” กับ “เรื่องสาธารณะ” รวมทั้งการสร้างระบบตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดปัญหาการทุจริต คอรัปชัน ความยุติธรรมและความโปร่งใสจะเกิดขึ้นในหน่วยงานภาครัฐได้ต้องอาศัยความร่วมมือกันของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน





Cadit  :   ชนาธิป  พึ่งดอกไม้    ปชส.  มหาวิทยาลัยคริสเตียน  034-229480 ต่อ 1171
เรวัติ  น้อยวิจิตร  hub admin  rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445


สุพรรณบุรี หน่วยกู้ภัยจักรนารายณ์ รายงานเหตุพบคนจมน้ำเสียชีวิต




              เมื่อเวลาประมาณ. 11.30 น. อา,30 สิงหาคม 2558 หน่วยกู้ภัยจักรนารายณ์ ได้รับแจ้งจากเพื่อนผู้ตายว่า มีเพื่อนจมน้ำหายไป บริเวณ สะพานท้ายตลาดอู่ทอง ม.6 ต.อู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณฯ ซอยธนาคารออมสิน จึงรายงาน ร.ต.ท.สุริโย ไชยยอด พงส.สภ.อู่ทอง และแพทย์เวร รพ.อู่ทอง และเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเพื่อนๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ผู้ตายกับเพื่อนนั่งเล่นคุยกันอยู่ริมคลอง และมีอาการมึนเมา จากนั้นผู้ตายได้หงายท้องกลิ้งลงคลอง เพื่อนๆรีบเข้าไปดึง กลับโดนต่อว่า "มึงจะดึงกูทำไม กูจะเล่นน้ำ"









                จากนั้นก็ได้จมหายไปในน้ำ เพื่อนผู้ตายได้วิ่งไปเรียกชาวบ้านให้ช่วย และแจ้งเจ้าหน้าที่ ตำรวจและกู้ภัย เจ้าหน้าที่ จึงทำการลงงมหาในน้ำ ซึ่งมีอุปศักดิ์พอสมควร น้ำลึกและไหลแรง เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการค้นหาเพียง 10 นาที ก็พบร่างผู้เสียชีวิต จึงนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากคลองให้แพทย์เวรและร้อยเวรร่วมชัญสูตร จากการชัญสูตรไม่พบบาดแผลในการต่อสู้หรือร่องลอยถูกทำร้ายแต่อย่างใด สอบถามญาติทราบชื่อคือ นาย สมิง เป็นคน ต.กระจัน จึงนำร่างผู้เสียชีวิตส่ง วัดจันทราวาส (กระจัน) เพื่อให้ญาติบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป








   เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์
เรวัติ น้อยวิจิตร hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com 08-1910-7445

สระบุรี โรงเรียนเสาไห้วิมลฯ จัดฉลอง 111 ปี ชาตกาล พระครูสมณวัตรวิมล




               เมื่อ 30 ส.ค.58 นายวัชรินทร์   มัสเจริญ   ผู้อำนวยการ และคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมูลนิธิสมณวัตรวิมล ฯ สมาคมศิษย์เก่า สมาคมผู้ปกครอง   คณะครูอาจารย์ ข้าราชการ นักเรียน โรงเรียนเสาไห้วิมลวิทยานุกูล  จัดพิธีทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษา ในโอกาสฉลอง 111ปี ชาตกาลพระครูสมณวัตรวิมล อริยสงฆ์ผู้ก่อตั้งโรงเรียนเสาไห้วิมลฯ โดยมี ดร .ชรัส  บุญณสะ รองผู้ว่าราการจังหวัดสระบุรี เดินทางเป็นประธานในพิธี  นายบุรินทร์  วิจิตรศิริ  ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวระลึกพระคุณผู้ก่อตั้งโรงเรียน มีคณะศิษย์เก่า แขกผู้มีเกียรติ ที่สนับสนุนด้านการศึกษา ทั้งอดีตนักการเมือง ผู้นำท้องถิ่นผู้นำชุมชน ผู้ปกครอง ประชาชนทั่วไปร่วมงานจำนวนมาก ได้ ยอดเงินร่วมบริจาค ณ.เวลานี้. 4,693,310  บาท









                   การจัดพิธีทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษา ในโอกาสฉลอง 111ปี ชาตกาลพระครูสมณวัตรวิมล ครั้งนี้เพื่อนำเงินปัจจัยไปสมทบทุนการพัฒนาสื่ออุปกรณ์การเรียนการสอน ระบบไอที ที่ตึกสร้างใหม่ 84 พรรษา และพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนเสาไห้วิมลวิทยานุกูล  เพื่อให้เป็นสถานะของชุมชน   และเป็นสถานศึกษาคุณภาพขนาดใหญ่ระดับประเทศ










                     โรงเรียนเสาไห้ “วิมลวิทยานุกูล”  เกิดขึ้นโดยการริเริ่มและอุปถัมภ์ของพระครูวิมลสมณวัตต์ (อดีตเจ้าอาวาสวัดสูงและเจ้าคณะอำเภอเสาไห้)  พระสมณวัตรวิมล (คำ  มาคโธ)  อดีตรองเจ้าคณะจังหวัดสระบุรี  เจ้าอาวาสวัดสมุหประดิษฐาราม ผู้ก่อตั้งโรงเรียนเสาไห้ “วิมลวิทยานุกูล”  นามเดิมชื่อ  คำ  นิลพันธ์  อุปสมบทเมื่อวันที่  4  พฤษภาคม  2466  ในปี พ.ศ. 2482ได้เป็นเจ้าคณะอำเภอเสาไห้ และในปี พ.ศ.2519ได้รับประทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะนามว่า“พระสมณวัตรวิมล”  ท่านได้มรณภาพด้วยโรคมะเร็ง เมื่อวันที่  6  พฤศจิกายน  2528
 






                     ปัจจุบัน โรงเรียนเสาไห้  “วิมลวิทยานุกูล”  อ.เสาไห้ จ.สระบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  มัธยมศีกษา เขต 4 (ประทุมธานี- สระบุรี)  มีนักเรียน 2,707 คน คณะผู้บริหารและครูผู้สอน138 คนพนักงานเจ้าหน้า 29 คน โรงเรียนเสาไห้ “วิมลวิทยานุกูล” ได้รับรางวัลพระราชทาน 3 ครั้ง ได้ผ่านการประเมินและรับรองมาตรฐานคุณภาพ สมศ.จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์กรมหาชน)  ครั้งแรก  เมื่อปีการศึกษา 2546 และ ครั้งที่  2 ปีการศึกษา 2549  ในปีการศึกษา  2550 ได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการกระจายอำนาจ ประเภทที่1 จัดอยู่ในกลุ่มโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูง1 ใน 200 แห่งทั่วประเทศ  ปัจจุบัน มีนายวัชรินทร์  มัสเจริญ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน






(คนธรรมดา ม้าตัวเดียว)
เรวัติ น้อยวิจิตร hub admin   rewat.noyvijit@hotmail.com 081-9107445

วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2558

มุกดาหาร พ.อ. ยุทธนา ม่วงพูลสวาสดิ์ เปิดค่ายเยาวชน เรียนรู้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง





              พ.อ. ยุทธนา ม่วงพูลสวาสดิ์ รอง ผอ.รอง รมน.จว.ม.ห.(ท) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการค่ายเด็กและเยาวชนเรียนรู้แนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง องค์การบริหารส่วนตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร








               ๒๙๐๙๐๐๕๘     พ.อ. ยุทธนา ม่วงพูลสวาสดิ์ รอง ผอ.รอง รมน.จว.ม.ห.(ท)  ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร  เปิดโครงการค่ายเด็กและเยาวชนเรียนรู้แนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  โดย ร่วมกันปลูกฝัง มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายไปยังเด็กและเยาวชน ในพื้นที่ ให้ได้เรียนรู้และเข้าใจในวิถีและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ









                โครงการจัดขึ้นเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการเรียนรู้ในภาคความรู้พื้นฐาน ภาควิชาการ โดยมี      พ.อ. ยุทธนา ม่วงพูลสวาสดิ์ รอง ผอ.รอง รมน.จว.ม.ห.(ท)  เป็นผู้ให้ความรู้  ในส่วนที่สองเป็นการนำกลุ่มเด็กและเยาวชน ไปศึกษานอกสถานที่ยังศูนย์การเรียนรู้ ได้แก่ โครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยังตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์  






พระราชดำริ :  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
  
แนวพระราชดำริ : 
 
        เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้   พระราชทานพระราชดำริให้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำพะยัง และขยายระบบส่งน้ำของอ่างเก็บน้ำลำพะยังพร้อมทั้งให้พิจารณาขุดสระน้ำประจำไร่นาตามแนวทฤษฎีใหม่
        และเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๘ ได้พระราชทานพระราชดำริให้พิจารณาผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่ ซึ่งอยู่ทางฟากจังหวัดมุกดาหารมาเติมให้แก่ อ่างเก็บน้ำลำพะยังเพื่อขยายพื้นที่รับน้ำชลประทานได้มากขึ้น
         ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติม สรุปความว่าให้รีบดำเนินการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่มายังพื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำลำพะยัง และให้พิจารณาดูว่าพื้นที่ที่จะส่งน้ำออกจากอุโมงค์ว่ามีพื้นที่ว่างหรือไม่ ให้ดำเนินการปลูกป่าโดยทำเป็นอุทยานเล็กๆ เพื่อทดแทนผลกระทบที่จะเกิดกับป่าไม้ เพราะหากไม่ดำเนินการช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่นั้น ราษฎรก็จะบุกรุกป่าและทำลายพื้นที่ลุ่มน้ำ ๑ เอ จนหมดและน้ำที่ออกมาก็ให้พิจารณาว่าจะนำไปช่วยพื้นที่ลุ่มน้ำ ๑ เอ ในการบำรุงรักษาป่าให้เกิดความชุ่มชื้นได้มากเพียงใด ตัวอย่างเช่น โครงการลำตะคองพื้นที่เป็นอุทยานแห่งชาติยังทำได้เพราะทำแล้ว ได้ประโยชน์มาก
  

โครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยังตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 
อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์
 




ที่ตั้งของโครงการ :  
 
          อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์    
  
วัตถุประสงค์โครงการ :     
 
         - เมื่อก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำแล้วเสร็จจะทำให้พื้นที่ฝั่งโครงการอ่างเก็บน้ำลำพะยัง จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่รับประโยชน์ ๔,๖๐๐ไร่ เมื่อได้น้ำจากอุโมงค์ผันน้ำจะเพิ่มพื้นที่รับประโยชน์ได้อีก ๑๒,๐๐๐ ไร่ รวมพื้นที่รับประโยชน์ทั้งหมด ๑๖,๖๐๐ ไร่
         - เพื่อส่งเสริมการปลูกพืชในเขตชลประทาน หมู่ที่ ๕,,,๑๐,๑๔,๑๑๕,๑๖ ตำบลสงเปลือย ได้แก่ ข้าวโพด ๗๐ ไร่ ยาสูบเตอร์กิส ๕ ไร่ ถั่วลิสง ๔๐ ไร่ กระเทียม ๕ ไร่ ฟักทอง ๓ ไร่ บวบ ๒ ไร่ ถั่วฝักยาว ๒ ไร่ ถั่วพุ่ม ๒ ไร่ รวมพื้นที่ ๑๔๔ ไร่ เกษตรกร ๔๘ ราย มูลค่าผลผลิต ๕๒๗,๐๕๖ บาท
         - ส่งเสริมการผลิตข้าวชุมชน (ข้าวเหนียวกอเดียว) ในพื้นที่ หมู่ที่ ๒,,,๑๒ ตำบลสงเปลือย ๑๒๖ ราย พื้นที่ ๑,๐๐๐ ไร่ และหมู่ ๕ ตำบลคุ้มเก่า ๔๔ ราย พื้นที่ ๓๐๐ ไร่
         - ส่งเสริมการปลูกข้าวหอมมะลิชุมชน ในพื้นที่เกษตรกรหมู่ที่ ๔,,๘ ตำบลสงเปลือย ๙๐ ราย พื้นที่ ๗๕๐ ไร่ หมู่ที่ ๕ ตำบลกุดสิมคุ้มใหม่ ๓๐ ราย ๒๕๐ ไร่ รวมทั้งสิ้น ๑๒๐ ราย ๑,๐๐๐ ไร่

         - ส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ในโรงงานต้นแบบผลิตปุ๋ยอินทรีย์ตามโครงการปรับโครงสร้างระบบการผลิตการเกษตร ๓ แห่ง ได้แก่ ตำบลสงเปลือย ตำบลหนองผือ ตำบลกุดปลาเค้า สามารถผลิตปุ๋ยได้โรงงานละ ๑๐๐ ตันต่อปี เพื่อสนับสนุนการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ






หน่วยงานผู้ดำเนินงาน /หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง :    
 
        -    สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงานกปร.)
 
        -    กรมชลประทาน
                         
ผู้ได้รับประโยชน์ : -
      ๑.   เตรียมการจัดตั้งคณะทำงานบริหารจัดการน้ำข้ามลุ่มน้ำระหว่างลุ่มน้ำห้วยบางทราย และลุ่มน้ำลำพะยัง เพื่อให้ราษฎรในพื้นที่โครงการทั้งฝั่งจังหวัดมุกดาหารและฝั่งจังหวัดกาฬสินธุ์ได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน และเพื่อให้การบริหารจัดการผันน้ำมีประสิทธิภาพสูงสุด
     ๒.   จัดตั้งศูนย์บริการและประสานงานโครงการขยายผลเกษตรทฤษฎีใหม่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีบุคลากรด้านการเกษตรประจำศูนย์เพื่อบริหารราษฎรประจำในพื้นที่
     ๓.   ส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรและส่งเสริมด้านการตลาด
     ๔.   มุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้สู่ราษฎร โดยให้ประสานปราชญ์ชาวบ้านในแต่ละพื้นที่เป็นแกนนำในการขยายผลการมีส่วนร่วมในชุมชน
  
ผลการดำเนินงานและกิจกรรมโครงการ  
 
          เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๔๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้อธิปดีกรมชลประทานและเลขาธิการ กปร. นำคณะเจ้าหน้าที่กรมชลประทานและ กปร. เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทกราบบังคมทูลถวายรายงานความก้าวหน้าโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ วังไกลกังวล หัวหิน ได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับงานชลประทานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โครงการพัฒนาลุ่มน้ำพะยังตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์  ให้กรมชลประทานดำเนินการ ดังนี้
    ๑) ให้ก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่ อำเภอดงหลวง  จังหวัดมุกดาหาร มาส่งให้กับพื้นที่เพาะปลูกในเขตอำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ของกรมป่าไม้น้อยที่สุด และหากการก่อสร้างไปทำให้พื้นที่ของกรมป่าไม้เสียหาย ให้ทำการเพาะปลูกทดแทนให้กรมป่าไม้ด้วย
    ๒) ระบบส่งน้ำของอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่ ที่จะส่งน้ำด้วยระบบท่อส่งน้ำให้กับพื้นที่ด้านท้ายอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่ ให้พิจารณารูปแบบใหม่ที่ประหยัดกว่านี้ เนื่องจากส่งน้ำให้พื้นที่ได้เป็นพื้นที่แคบ ๆ ขนานไปกับลำห้วยไผ่เท่านั้น เช่นทำเป็นฝายทดน้ำแบบถูก ๆ เป็นช่วง ๆ ในลำห้วยไผ่  และปล่อยน้ำริน ๆ จากอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่ลงมาเติมหน้าฝายแทน
    ๓) ให้ยกระดับเก็บกักน้ำของอ่างเก็บน้ำลำพะยังตอนบน อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ให้เก็บน้ำได้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากในบริเวณนี้ไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่อยู่เลย เมื่อยกระดับเก็บกักขึ้นแล้วหากปริมาณน้ำไม่เต็มอ่างฯ ให้พิจารณาต่อท่อผันน้ำจากอุโมงค์ผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่มาเติมให้เต็ม ถ้าสามรถต่อท่อมาได้



 

ความสำเร็จของโครงการ :  
 
       นายเฉลิมเกียรติ แสนวิเศษ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงานกปร.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ เยี่ยมราษฎร ที่อำเภอเขาวง จังหวัด กาฬสินธุ์ และได้ทอดพระเนตรสภาพภูมิประเทศลำพะยัง ที่บ้านกุดตอแก่น  ทรงเห็นชีวิตความเป็นอยู่และการทำมาหากินของราษฎรที่แร้นแค้นและยากลำบาก เพราะพื้นที่นี้ไม่มีระบบชลประทาน และได้พระราชทานพระราชดำริให้พิจารณาการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำพะยังตอนบน
      ต่อมาเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2538  ได้พระราชทานพระราชดำริให้พิจารณาโครงการก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำ พร้อมก่อสร้างระบบส่งน้ำสู่ไร่นาของเกษตรกร  เพื่อผันน้ำบางส่วนจากอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่ ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร สนับสนุนพื้นที่เพาะปลูกในเขตอำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มากขึ้น
      ทั้งนี้อุโมงค์ผันน้ำสู่ลุ่มน้ำลำพะยัง เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2546 เสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 2551 มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เมตร จากฝั่งจังหวัดมุกดาหาร ลอดใต้ภูเขาภูบักดี มายังฝั่งจังหวัดกาฬสินธุ์รวมระยะทางประมาณ 710 เมตร โดยพื้นที่ลุ่มน้ำฝั่งจังหวัดกาฬสินธุ์มีพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากการก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำ ครอบคลุมพื้นที่ 12,000 ไร่ ของตำบลสงเปลือย อำเภอเขาวง ซึ่งเกษตรกรสามารถนำน้ำจากระบบผันน้ำลงมาเติมในสระของตนสำหรับทำการเพาะปลูกพืชเพื่อเพิ่มผลผลิต และปรับพื้นที่เกษตรกรรมจากการปลูพืชเชิงเดี่ยวเป็นการปลูกพืชได้หลากหลาย เพื่อให้เกษตรกรมีอาหารบริโภคอย่างพอเพียง นำไปสู่ความมีคุณภาพชีวิตที่ดีและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในอนาคต อุโมงค์ผันน้ำนี้จะนำน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่ อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร มาใช้ในพื้นที่การเกษตรที่ ต.สงเปลือย อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ มีพื้นที่รับผลประโยชน์ประมาณ 12,000 ไร่” นายเฉลิมเกียรติ กล่าว
       เลขาธิการ กปร.  เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในการนี้ สำนักงาน กปร. มีหนังสือขอให้สำนักราชเลขาธิการนำความกราบบังคมทูลพระกรุณา  ขอพระราชทานชื่ออุโมงค์ผันน้ำโครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยังตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ เพื่อเป็นสิริมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อว่า ลำพะยังภูมิพัฒน์”  ซึ่ง ลำพะยัง” คือ ชื่อโครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยังตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์  ภูมิ” หมายถึงแผ่นดิน และ พัฒน์” คือ ความเจริญก้าวหน้าพัฒนา รวมหมายถึง อุโมงค์ผันน้ำที่นำความเจริญมาสู่แผ่นดินลุ่มน้ำลำพะยัง ซึ่งชื่อพระราชทานนี้สร้างความปลื้มปีติเป็นล้นพ้นแก่พสกนิกรชาวกาฬสินธุ์เป็นอย่างยิ่ง
      “นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่งต่อเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่จะมีระบบการจัดสรรน้ำอย่างถูกวิธี เพื่อจัดทำแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่แบบครบวงจร และในอนาคตโครงการทฤษฎีใหม่ในพื้นที่อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ จะเป็นต้นแบบให้กับเกษตรกรทั่วประเทศได้พัฒนาความเป็นอยู่ให้ดียิ่งขึ้นตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่จะให้ความเป็นอยู่ที่พอเพียงแก่พสกนิกรชาวไทย ทุกหมู่เหล่า” เลขาธิการ กปร. กล่าว
  
ที่มาของข้อมูล :  
 
       -   สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
(สำนักงานกปร.)
 
ผู้ที่เกี่ยวข้อง :
       -   สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
(สำนักงานกปร.)
 
       -  กรมชลประทาน


อำนวย  เดชทองคำ  ผู้สื่อข่าวพิเศษ  จ.มุกดาหาร

เรวัติ  น้อยวิจิตร  สุพรรณบุรีนิวส์  rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445