วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2558

สุพรรณบุรี สปช.นำร่องปฏิรูปศิลปวัฒนธรรม ขานรับนโยบายรัฐบาล



           สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติประจำจังหวัดสุพรรณบุรี นำร่อง ปฏิรูปศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน เปิดพื้นที่ลานสภาวัฒนธรรม เป็นเวทีการแสดงออกของปูชนียบุคคล เด็กและเยาวชน ในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ขานรับนโยบายรัฐบาล








           นายชูชาติ  อินสว่าง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติประจำจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวในฐานะกรรมาธิการปฏิรูปศิลปวัฒนธรรม การศาสนา และจริยธรรม สภาปฏิรูปแห่งชาติ ถึงความเป็นมาของการเปิดลานวัฒนธรรมพื้นบ้าน โดยสภาวัฒธรรมอำเภอศรีประจันต์ ว่า ปัจจุบันพื้นที่ในการแสดงออกซึ่งศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านมีน้อยมาก เมื่อมีการจัดงานก็มักจะว่าจ้างวงดนตรีหรือการแสดงอื่นเป็นส่วนใหญ่ คนรุ่นหลังจึงไม่รู้จักและไม่ให้ความสนใจ  ทั้งที่จริงในแต่ละพื้นถิ่น มีศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านที่งดงาม มีปูชนียบุคคลที่ทรงคุณควรแก่การเป็นแบบอย่าง จึงได้มีการประชุมหารือกับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดหาพื้นที่ในการแสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรม โดยนำร่องที่ตลาดเก่า อำเภอศรีประจันต์ บริเวณชาติภูมิสถาน ป.อ.ปยุตโต ซึ่งได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนในพื้นที่นำการแสดงของนักเรียน เช่น รำวงมาตรฐาน การแสดงเพลงฉ่อย ลำตัด ของชาวบ้าน มาร่วมแสดงในลานสภาวัฒนธรรม ซึ่งได้การตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี มีผู้สนใจให้การสนับสนุนความสามารถของนักเรียน และชาวบ้านเป็นจำนวนมาก








            ทั้งนี้ การเปิดลานสภาวัฒนธรรม ยังเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมให้ประชาชนมีความสัมพันธ์ที่ดี รัก และสามัคคีกัน ได้ใช้เวลาร่วมกันในการชมการแสดง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ตลอดจนร่วมกันอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านให้คงอยู่คู่ประเทศไทยสืบไป







  เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์
เรวัติ น้อยวิจิตร hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com 08-1910-7445

สุพรรณบุรี นายบุญชู จันทร์สุวรรณ เป็น ปธ.เปิดงาน Smart Kids Show Season 2





             ที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสันสุพรรณบุรี นายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายก อบจ.สุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมเด็กและเยาวชน อบจ.สุพรรณบุรี Smart Kids Show Season 2 การประกวดดนตรีโฟล์คซอง Suphan Acoustic Strings Contest เพื่อเป็นการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เกิดทักษะทางด้านดนตรีและสร้างกระบวนการเรียนรู้นอกห้องเรียน มีทักษะทางสังคม รวมถึงใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์นำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ







              สำหรับผู้ชนะการประกวดจะได้รับเงินพร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ ผลการแข่งขัน วงแตงไทย คว้าแชมป์ปีนี้ไปครอง ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ1 ได้แก่วงF&M รองชนะเลิศอันดับ2ได้แก่วงฉลาม WOW รางวัลชมเชย2รางวัลได้แก่วง ชัชชวาลลี่ น่ารั๊ค และวงTHE ZERKK






  เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์
เรวัติ น้อยวิจิตร hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com 08-1910-7445

38 ปีแห้งความทรงจำ อาจารย์พงษ์ศักดิ์ อาจารย์วารินทร์ รักษาเพชร




38 ปีแห่งความหลัง

.......เดือนนี้เป็นเดือนครบรอบปีที่ 38 ที่ผมและภรรยามาทำงานที่สถาบันแห่งนี้
.......เดือนนี้ในปี 2520 หนุ่มสาวประมาณ 20 ชีวิต จากทุกสารทิศ หอบข้าวหอบของมาทำงาน ฝากฝีงชีวิตกับวิทยาลัยครูกาญจนบุรี ซึ่งเปิดใหม่ พวกเรามาเป็นรุ่นที่ 2 ก่อนหน้านี้มีอาจารย์รุ่นพี่เรามาทำงานอยู่ที่นี่ก่อนแล้วประมาณ 30 คน การมาของพวกเราก็สร้างสีสรรให้กับวิทยาลัยครูเป็นอย่างมาก พวกเราเป็นวัยทำงานและมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาวิทยาลัยครูให้มีความเจริญ เรื่องวิชาการเราเต็มเปี่ยมเพราะแต่ละคนก็ผ่านการสอบแข่งขันมาทั้งนั้น





.......ข้าราชการที่จบปริญญาตรีสมัยนั้น บรรจุครั้งแรกได้รับเงินเดือน 1,750 บาท แต่พวกเราก็อยู่ได้อย่างสบายเพราะค่าครองชีพถูก ก็เหมาะสมกับยุคกับสมัยครับ ข้าวราดแกงจานละ 3-5 บาท ผมเองเป็นเด็กหนุ่มด้วยวัย 23 ปี มาจากลพบุรี ก่อนหน้านี้ไม่เคยมากาญจนบุรีเลย แต่ปัจจุบันนี้ I am very proud to call it my home. แต่ผมไม่พูดเสียงเหน่อ ภาษาแรกที่ผมพูดคือภาษาลาวพวน มาจากบ้านหมี่ ลพบุรีครับ และเวลาพูดภาษาไทยภาษาลาวพวนก็ไม่ 'แคดแลด' อาจเป็นเพราะไม่ค่อยได้พูด แต่หากกลับบ้านที่ลพบุรีก็ว่ายน้ำไปกับเขาได้นะครับ





......สมัยนั้นไฟฟ้าก็มีไม่มาก บางครั้งเราต้องอาบน้ำพุที่มีอยู่ตามมหาวิทยาลัย here an there สัตว์ป่าและหน่อไม้มีมากมาย ผมและ รศ.ดร.พงษ์ไพบูลย์ พักอยู่ที่หอไผ่สีหราช เนื่องจากเป็นป่า ก็มีการร่ำลือถึงผีสางนางไม้กัน เด็กหอหลายคนเขาเจอ มีต้นตะเคียนอยู่หลายต้น ผมไม่ใช่ไม่เชื่อแต่ก็ไม่ท้าทาย นานๆผมกลับบ้านที่ลพบุรีครั้งหนึ่ง







......ในฤดูร้อนพวกเราบางคนก็อยู่ที่นี่เพราะต้องสอน อบรม หลายโครงการ ผมได้รับแจกจักรยาน ขี่ไปไหนมาไหนสบายหน่อย วันหนึ่งผมพักอยู่หอคนเดียว ออกไปข้างนอกตอนกลางคืน ถีบจักรยานกลับหอพัก ไฟทางเข้าหอพักดันดับพอดี พอถีบเข้ามาใกล้หอพักเห็นไฟว๊าบๆๆ อยู่ ขนลุก คิดว่าโดนผีหลอกเข้าแล้วกู เบรกจักรยานเต็มที่พร้อมกับถามว่าใครครับ ได้ยินเสียงตอบมาว่า พ่อเอง พ่อผมมานั่งคอยเพราะเข้าหอพักไม่ได้ ลูกชายไม่ได้กลับบ้านมานาน คิดถึง เลยมาเยี่ยมแต่ไม่ได้มีการบอกกล่าวล่วงหน้า ก็เข้าใจ เพราะสมัยนั้นโทรศัพท์ก็ยังไม่มี ติดต่อกับทางบ้านโดยทางจดหมายอย่างเดียว พ่อถามผมว่าอยู่คนเดียวหรือ ก็ตอบว่าใช่ พร้อมกับบอกผมว่า พ่อได้ยินเสียงคนอาบน้าอยู่หลายคน พอไปส่องดูก็ไม่มีใคร ผมก็บอกว่าไม่มี ผมอยู่คนเดียวแล้วเราก้เลิกพูดกันเรื่องนี้ พ่อก็รู้ว่าผมกลัวเหมือนกัน







.....38 ปีผ่านไป ผมและคู่ชีวิตจะอำลาชีวิตราชการปลายเดือนกันยายนนี้ เหลือเวลาอีก 3 เดือนกว่าๆ หลายครั้งที่ผมไปสอนที่ตึก 9 ผมมองดูทิวทัศน์รอบๆมหาวิทยาลัย รู้สึกขอบคุณสถาบันแห่งนี้ที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ เป็นที่อยู่ที่กินให้ผมเลี้ยงครอบครัว The party is over. ก็ขอฝากพวกน้องๆให้ช่วยกันพัฒนาสถาบันของเราให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป ขอบคุณครับที่ทนฟังคนแก่ๆคนหนึ่งบ่น Have a good Thursday. สวัสดีครับ ภาพประกอบคืออดีตและปัจจุบัน





แด่คุณครูของพวกเรา  ..  อาจารย์พงษ์ศักดิ์ อาจารย์วารินทร์ รักษาเพชร

                 " ใครคือครูครูคือใครในวันนี้          ใช่อยู่ที่ปริญญามหาศาล
                  ใช่อยู่ที่เรียกว่าครูอาจารย์            ใช่อยู่นานสอนนานในโรงเรียน
                  ครูคือผู้ชี้นำทางความคิด              ให้รู้ถูกรู้ผิดคิดอ่านเขียน
                 ให้รู้ทุกข์รู้ยากรู้พากเพียร              ให้รู้เปลี่ยนแปลงสู้รู้การงาน
                 ครูคือผู้ยกระดับวิญญาณมนุษย์      ให้สูงสุดกว่าสัตว์เดรัจฉาน
                 ครูคือผู้สั่งสมอุดมการณ์                มีดวงมาลเพื่อมวลชนใช่ตนเอง
                 ครูจึงเป็นนักสร้างผู้ใหญ่ยิ่ง             สร้างความจริงสร้างคนกล้าสร้างคนเก่ง
                 สร้างคนให้เป็นตัวของตัวเอง           ขอมอบเพลงนี้มาบูชาครู  "

                                     (กวีบท “ใครคือครู” โดยเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ )







เรวัติ  น้อยวิจิตร  สุพรรณบุรีนิวส์  rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2558

โปรดเกล้าพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ แก่ พันเอก ยุทธนา ม่วงพูลสวาสดิ์





             พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสายสะพาย สายสอง " ประถมาภรณ์ช้างเผือก "  ให้แก่  พันเอก ( พิเศษ ) ยุทธนา  ม่วงพูลสวาสดิ์ รองผู้อำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร





               วันที่  27  มิถุนายน  2558  กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใจ จังหวัดมุกดาหาร  ร่วมแสดงความยินดีกับ  พันเอก ( พิเศษ ) ยุทธนา  ม่วงพูลสวาสดิ์ รองผู้อำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหารในโอกาส  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทาน   เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสายสะพาย สายสอง " ประถมาภรณ์ช้างเผือก "  ในนาม หนังสือพิมพ์พลังชน ศูนย์ข่าวจังหวัดสุพรรณบุรี  โดย เรวัติ  น้อยวิจิตร ขอร่วมแสดงความยินดี มา ณื โอกาสนี้








             เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก (อังกฤษThe Most Exalted Order of the White Elephant) เป็นตระกูลเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หนึ่งใน 8 ตระกูลที่สำหรับพระราชทานแด่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และผู้กระทำคุณความดี ทั้งบุรุษและสตรี โดยเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกนี้สำหรับพระราชทานแก่ผู้กระทำความดีความชอบเป็นประโยชน์แก่ราชการหรือสาธารณชน โดยการพิจารณาเสนอขอพระราชทานของรัฐบาล เพื่อเป็นบำเหน็จความชอบและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติยศอย่างสูงแก่ผู้ได้รับพระราชทาน พระราชทานทั้งบุรุษและสตรี หากทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แล้ว ให้ประกาศรายนามในราชกิจจานุเบกษา ปรกติแล้วจะประกาศในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม ของทุกปี แยกเป็น 2 ฉบับ คือชั้นต่ำกว่าสายสะพาย และชั้นสายสะพาย
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2404 แต่มิได้กำหนดให้มีสายสะพาย ต่อมาในปี พ.ศ. 2412 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงกำหนดชั้นและสายสะพายประกอบ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลนี้มีทั้งหมด 8 ชั้น

     
       Knight Commander of the Most Exalted Order of the White Elephant.jpg

เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก
ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์ช้างเผือก

      มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก
  1. ดวงตรา ด้านหน้าเป็นรูปช้างไอราพตลงยาสีขาวอยู่บนพื่นทองในดอกบัวบาน กลีบลงยาสีชมพูสลับแดง เกสรเงิน รอบนอกมีกระจังทองลงยาสีเขียวสี่ทิศ มีรัศมีเปลวเงินตามระหว่าง ด้านหลังเปลี่ยนรูปช้างเป็นอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ม.ป.ร. ลงยาสีแดง เบื้องบนมีอุณาโลมเงินและพระมหามงกุฎทองมีรัศมี ห้อยกับแพรแถบขนาดกว้าง 10 เซนติเมตร สีแดงริมเขียว มีริ้วเหลืองและน้ำเงินขนาดเล็กควบคั่นทั้ง 2 ข้าง สำหรับสะพายบ่าซ้ายเฉียงลงทางขวา
  2. ดารา ด้านหน้ามีลักษณะเช่นเดียวกับดวงตราแต่ขนาดย่อมกว่า ซ้อนอยู่บนรัศมีสีเงิน จำหลักเป็นเพชรสร่ง 4 แฉก รัศมีทอง 4 แฉก ประดับที่อกเสื้อด้านซ้าย
ดวงตรา ดารา และสายสะพายสำหรับพระราชทานสตรีนั้นจะมีขนาดย่อมกว่าบุรุษ นอกจากนี้ ยังมีเครื่องหมายประดับแพรแถบย่อและดุมเสื้อ มีลักษณะเป็นรูปช้างไอราพตลงยาสีขาว
  • ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์ช้างเผือก 1 สำรับ ประกอบด้วย
  1. ดวงตรา ด้านหน้าเป็นรูปช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่นอยู่บนพื้นทองในดอกบัวบาน กลีบลงยาสีแดง เกสรเงิน รอบนอกมีกระจังเงิน 8 ทิศ มีกระจังแทรกตามระหว่าง ด้านหลังเปลี่ยนรูปช้างเป็นอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ม.ป.ร. ลงยาสีแดง เบื้องบนมีพระมหามงกุฎทองมีรัศมี ห้อยกับแพรแถบขนาดกว้าง 10 เซนติเมตร สีแดงริมเขียวใหญ่ มีริ้วเหลืองและน้ำเงินขนาดใหญ่ควบคั่นทั้ง 2 ข้าง สำหรับสะพายบ่าขวาเฉียงลงทางซ้าย
  2. ดารา ด้านหน้ามีลักษณะเช่นเดียวกับดวงตราแต่กระจังยาวกว่า ด้านหลังเป็นทอง สำหรับประดับอกเสื้อเบื้องซ้าย
ดวงตรา ดารา และสายสะพายสำหรับพระราชทานสตรีนั้นจะมีขนาดย่อมกว่าบุรุษ นอกจากนี้ ยังมีเครื่องหมายประดับแพรแถบย่อและดุมเสื้อ มีลักษณะเป็นรูปช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่นอยู่ในดอกบัวบาน กลีบลงยาสีแดงสลับเขียว เกสรเงิน
  • ชั้นที่ 2 ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก 1 สำรับ ประกอบด้วย
  1. ดวงตรา มีลักษณะเช่นเดียวกับชั้นประถมาภรณ์ แต่ขนาดย่อมกว่า และที่พระมหามงกุฎไม่มีรัศมี ด้านหลังเป็นทองเกลี้ยง ใช้ห้อยกับแพรแถบขนาดกว้าง 4 เซนติเมตร สำหรับบุรุษใช้สวมคอ ส่วนดวงตราสำหรับพระราชทานสตรีนั้น มีลักษณะเช่นเดียวกับบุรุษแต่ขนาดย่อมกว่า ใช้ห้อยกับแพรแถบผูกเป็นรูปแมลงปอ สำหรับประดับเสื้อที่หน้าบ่าซ้าย
  2. ดารา มีลักษณะเช่นเดียวกับชั้นประถมาภรณ์ สำหรับประดับอกเสื้อเบื้องซ้าย ส่วนดาราสำหรับพระราชทานสตรีนั้น มีลักษณะเช่นเดียวกับบุรุษแต่ขนาดย่อมกว่า
นอกจากนี้ ยังมีเครื่องหมายประดับแพรแถบย่อและดุมเสื้อ มีลักษณะเป็นรูปช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่นอยู่ในดอกบัวบานทอง เกสรเงิน
  • ชั้นที่ 3 ตริตาภรณ์ช้างเผือก
สำหรับบุรุษห้อยแพรแถบสวมคอ สำหรับสตรีห้อยแพรแถบผูก เป็นรูปแมลงปอประดับเสื้อหน้าบ่าซ้าย
  • ชั้นที่ 4 จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก
สำหรับบุรุษห้อยแพรแถบประดับอกเสื้อเบื้องซ้าย สำหรับสตรีห้อย แพรแถบผูกเป็นรูปแมลงปอประดับเสื้อหน้าบ่าซ้าย ดวงตราชั้นที่ 4 เล็กกว่าดวงตราชั้นที่ 3 และมีดอกไม้จีบติดบนแพรแถบ
  • ชั้นที่ 5 เบญจมาภรณ์ช้างเผือก
ดวงตราชั้นที่ 5 เหมือนดวงตราชั้นที่ 4 แต่ไม่มีดอกไม้จีบติดบน แพรแถบวิธีประดับเหมือนชั้นที่ 4
  • ชั้นที่ 6 เหรียญทอง (ร.ท.ช.) วิธีประดับเหมือนชั้นที่ 4
  • ชั้นที่ 7 เหรียญเงิน (ร.ง.ช.) วิธีประดับเหมือนชั้นที่ 4





อำนวย  เดชทองคำ  ผู้สื่อข่าวพิเศษ  จ.มุกดาหาร
เรวัติ  น้อยวิจิตร  สุพรรณบุรีนิวส์  rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2558

สระบุรี พลตรีอดิศรย์ โครพ เป็นประธานเปิดพิธีพร้อมญาติทหารใหม่ผลัดที่ 1 / 2558



               พลตรีอดิศรย์ โครพ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกสระบุรีเป็นประธานเปิดพิธีพร้อมญาติทหารใหม่ผลัดที่1/2558  บริเวณอาคารโรงอาหารในส่วนร้อยฝึกทหารใหม่จำนวน140 นาย มาจากจังหวัดสระบุรี อยุธยาและภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางส่วนมีนายทหารร่วมพิธีและสร้างความอบอุ่นแก่ญาติของน้องๆทหารใหม่แบบชื่นมื่น









               เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2558  เวลา10.00 น.พลตรีอดิศรย์ โครพ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกสระบุรีเป็นประธานเปิดพิธีพร้อมญาติทหารใหม่ผลัดที่1/2558บริเวณอาคารโรงอาหารในส่วนร้อยฝึกทหารใหม่จำนวน140นายมาจากจังหวัดสระบุรี อยุธยาและภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางส่วนมีนายทหารร่วมพิธีและสร้างความอบอุ่นแก่ญาติของน้องๆทหารใหม่แบบชื่นมื่นและมีการถ่ายภาพร่วมกับญาติๆและผู้บังคับบัญชาพร้อมมีการแสดงของทหารใหม่สร้างความเป็นกันเองพร้อมสร้างความมั่นใจกับญาติเชื่อมั่นใยการฝึกสร้างระเบียบวินัยให้มีการเปลี่ยนแปลงบุคลิคให้ดูดีและการพัฒนาการที่ดีในพร้อมมญาติวันนี้บรรยากาศเย็นสบายเนื่องจากฝนตกเย็นสบายและเป็นกันเอง






(คนธรรมดา  ม้าตัวเดียว)
เรวัติ น้อยวิจิตร hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com 08-1910-7445