วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2558

สระบุรี ผู้ว่าฯ สนธิกำลัง ปปส.ภาค 1 บุกจู่โจมเข้าตรวจค้นเรือนจำ




           ผู้ว่าฯสระบุรีเข้มสนธิกำลังฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ -ทหาร  อส.  บุกจู่โจมเข้าตรวจค้นเรือนจำจังหวัดสระบุรี





           นายวิเชียร พุฒิวิญญู  ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธาน ปล่อยแถว เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองสระบุรี  เจ้าหน้าที่ อส.  เจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดสระบุรี  และเจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 1  ตรวจเข้มเรือนจำจังหวัดสระบุรี  โดยมี พันเอกสุรินทร์ รองผู้บังคับการจังหวัดทหารบกสระบุรี   พันตำรวจเอกธรรมนูญ เชาวนิช   รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี  นายสงวนศักดิ์ ศรีวัฒนพงษ์ ผู้อำนวยการส่วนการบังคับกฎหมาย ปปส.ภาค 1  และนายเกษม   รุจพานิชชยานันท์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสระบุรี  ร่วมปล่อยแถว





                  นายวิเชียร พุฒิวิญญู  ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองสระบุรี  เจ้าหน้าที่ อส.  เจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดสระบุรี และเจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 1 รวมกว่าจำนวน  400  นาย บุกจู่โจมเข้าตรวจค้นเรือนจำจังหวัดสระบุรี  เพื่อสนองนโยบายการปราบปรามยาเสพติดของ คสช.อย่างเข้มข้น โดยเข้าตรวจค้นเป็นช่วงที่ผู้ต้องขังอยู่ในเรือนนอน ทั้งเรือนนอนผู้ต้องขังชาย ผู้ต้องขังหญิง  และบริเวณโดยรอบอาคารต่าง ๆ จากการจู่โจมและตรวจค้น   ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายอื่นใด และการสุ่มตรวจปัสสาวะผู้ต้องขังจำนวน  375  ราย ก็ไม่พบสารเสพติดในปัสสาวะของผู้ต้องขังแต่อย่างใด





                     การบุกเข้าตรวจค้นครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างเรือนจำจังหวัดสระบุรีและหน่วยงานต่าง ๆ ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะในเรือนจำฯที่มีกระแสข่าวระบุว่าเป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวังผู้ต้องขังที่สร้างอิทธิพลและเครือข่ายยาเสพติด ซึ่งทางเรือนจำจังหวัดสระบุรีได้ตระหนักในปัญหาดังกล่าว จึงได้มีคำสั่งเด็ดขาดให้เจ้าหน้าที่ ผู้คุมทุกนายได้เข้มงวดในการตรวจดูแลผู้ต้องขังทั้งชายและหญิง และตรวจหาสิ่งของผิดกฎหมายเป็นประจำ เพื่อเป็นการปราบปรามยาเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมาย และหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่คนใดเข้าไปเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการเด็ดขาดเช่นกัน



                  สำหรับเรือนจำจังหวัดสระบุรีปัจจุบันมีผู้ต้องขังชาย  2,917คน ผู้ต้องขังหญิง 550 คน  3,467  คน  คิดเป็นคดียาเสพติดร้อยละ  68  เปอร์เซ็นต์  และผู้ต้องกักขัง 58 คน
                 ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้กำชับให้ทางเรือนจำจังหวัดสระบุรีให้รักษามาตรฐานเรือนจำสีขาวไว้ต่อไปด้วย


(คนธรรมดา  ม้าตัวเดียว)
เรวัติ น้อยวิจิตร  hub admin  rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558

พิธีประทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยคริสเตียน ปีการศึกษา 2556



     
                   มหาวิทยาลัยคริสเตียน  ได้รับพระกรุณาคุณจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าโสมสวลี   พระวรราชาทินัดดามาตุ  เสด็จพระดำเนินมาประทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย คริสเตียน ประจำปีการศึกษา  2556  จำนวนทั้งสิ้น 599  ราย  ประกอบด้วยผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก 9 ราย ระดับปริญญาโท 47 ราย ระดับปริญญาตรี 543 ราย จำแนกเป็น คณะพยาบาลศาสตร์  จำนวน  435  ราย  คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ  จำนวน   64  ราย  คณะบัญชี  ธุรกิจ  และมัลติมีเดีย  จำนวน  25 ราย  และกรุงเทพคริสตศาสนศาสตร์  จำนวน  19 ราย






                  ในโอกาสเดียวกัน  พระเจ้าวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าโสมสวลี  พระวรราชาทินัดดามาตุ  ได้ประทานทุนการศึกษาแก่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยคริสเตียน  จำนวน  2  ราย  ได้แก่  นายสุวัฒน์ แช่มช้อย  นักศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์  และ  นางสาวจุไลพร  สกิจกัน  นักศึกษาสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์  ในวันจันทร์ที่  26  มกราคม พ.ศ.  2558  เวลา  15.00 น.  ณ  หอประชุมอาคารศรีสิรินธร  มหาวิทยาลัยคริสเตียน  จังหวัดนครปฐม





ชนาธิป  พึ่งดอกไม้  ฝ่ายประชาสัมพันธ์   มหาวิทยาลัยคริสเตียน
เรวัติ น้อยวิจิตร สุพรรณบุรีนิวส์  rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

ดร.หัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล วางศิลาฤกษ์อาคารศาลปกครองนครสวรรค์

           


                  สำนักงานศาลปกครองจะดำเนินการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารที่ทำการศาลปกครองนครสวรรค์ ในวันอาทิตย์ที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เวลาฤกษ์ ๑๔.๔๙ – ๑๕.๓๙ น. 

                  นายดิเรกฤทธิ์  เจนครองธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ ศาลปกครองได้เปิดทำการเป็นวันแรก เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๔ โดยเปิดทำการศาลปกครองสูงสุด และศาลปกครองกลาง ซึ่งปัจจุบันมีอาคารที่ทำการตั้งอยู่ในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ และในช่วงต่อมาได้ทยอยเปิดทำการศาลปกครองในภูมิภาคเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการเข้าถึงศาลปกครองมากขึ้น โดยปัจจุบันมีศาลปกครองในภูมิภาคที่เปิดทำการแล้วจำนวน ๑๐ แห่ง ได้แก่ ศาลปกครองเชียงใหม่ ศาลปกครองสงขลา ศาลปกครองนครราชสีมา ศาลปกครองขอนแก่น  ศาลปกครองพิษณุโลก ศาลปกครองระยอง ศาลปกครองนครศรีธรรมราช ศาลปกครองอุดรธานี  ศาลปกครองอุบลราชธานี และศาลปกครองเพชรบุรี และมีกำหนดเปิดทำการศาลปกครองเพิ่มขึ้นอีก ๑ แห่ง เพื่อรองรับปริมาณคดีที่เข้าสู่ศาลปกครอง คือ ศาลปกครองนครสวรรค์ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๙






                    อาคารที่ทำการศาลปกครองนครสวรรค์ ตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน ตำบลกลางแดด อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ เป็นอาคาร ๔ ชั้น ประกอบด้วย ห้องพิจารณาคดี จำนวน ๔ ห้อง ห้องไต่สวน จำนวน ๔ ห้อง ห้องปรึกษาคดี จำนวน ๒ ห้อง ห้องเก็บสำนวน จำนวน ๒ ห้อง ห้องรับฟ้อง ห้องประชาสัมพันธ์ ห้องออกหมาย เป็นต้น

                     บัดนี้ สำนักงานศาลปกครองได้กำหนดให้มีพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารที่ทำการศาลปกครองนครสวรรค์ ในวันอาทิตย์ที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เวลาฤกษ์ ๑๔.๔๙ – ๑๕.๓๙ น. โดยมี ดร.หัสวุฒิ   วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นประธานในพิธี 



                      สำนักงานศาลปกครองจึงเห็นสมควรขอความอนุเคราะห์  โปรดเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กำหนดพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารที่ทำการศาลปกครองนครสวรรค์ดังกล่าวให้ประชาชน ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ทราบโดยทั่วกันด้วย จะขอบคุณยิ่ง 


สำนักประชาสัมพันธ์  สำนักงานศาลปกครอง  โทร 02-141-1165, 02-141-1168

 เรวัติ น้อยวิจิตร สุพรรณบุรีนิวส์  rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

สมเด็จพระเทพฯ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในพื้นที่กาญจนบุรี



           สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ณ โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี ในการติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างตึก 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช 




                      วันที่ 27 มกราคม 2558 เวลา 08.25 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งถึงสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราวโรงเรียนวิสุทธรังษี อ.ท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดกาญจนบุรี ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกกาญจนบุรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรีและข้าราชการ เฝ้าฯรับเสด็จ จากนั้นประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯไปยังอาคารอำนวยการโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ผู้อำนวยการถวายความปลอดภัยประจำพื้นที่ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาและข้าราชการ ประชาชน เฝ้าฯรับเสด็จ ต่อจากนั้นเสด็จไปยังห้องประชุมชั้น 3 ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา กราบบังคมทูลรายงานความก้าวหน้าการก่อสร้างตึก 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช







                        จากนั้นทอดพระเนตรนิทรรศการความก้าวหน้าการก่อสร้างตึก 100 ปี โครงการครุภัณฑ์ทางการแพทย์ 250 ล้านบาท โครงการครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ได้รับพระราชทาน อาคารที่พักแพทย์และพยาบาล จากนั้นนายกแพทยสภากราบบังคมทูลรายงาน งานแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 3 จากนั้นทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา คณะหน่วยแพทย์อาสาจำนวน 2 ชุด และคณะข้าราชการจังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 1 ชุด ต่อจากนั้นได้เสด็จไปยังบริเวณหน้าอาคารก่อสร้างตึก 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช เพื่อทอดพระเนตรการก่อสร้างตึก 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้จัดสรรงบประมาณให้ โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาสร้างตึก 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชขึ้น เพื่อรองรับความต้องการบริการของผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยในที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ





                      สำหรับอาคารดังกล่าวสูง 8 ชั้น สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 298 เตียง ประกอบด้วยห้องตรวจโรคผู้ป่วยตา หู คอ จมูก ศัลยกรรมสมองและไขสันหลัง หอผู้ป่วยหนักศัลยกรรม หอผู้ป่วยอุบัติเหตุ หอผู้ป่วยศัลยกรรมชาย-หญิง หอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูก หอผู้ป่วยตา หู คอ จมูก ในการนี้ทรงเยี่ยมผู้ป่วยศัลยกรรมหญิง ตึกกาญจนาภิเษก และพระราชทานสิ่งของแก่ผู้ป่วย ชาย-หญิง จำนวน 2 ราย จากนั้นเสด็จยังศูนย์เทคโนโลยีเพื่อเด็กป่วยในโรงพยาบาล ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อาคารพระราชมงคลโมลี ที่ให้เด็กป่วยเรื้อรังในโรงพยาบาลได้ใช้คอมพิวเตอร์ในการเรียนรู้ สร้างความเพลิดเพลิน เป็นการส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ซึ่งจะขาดโอกาสทางการศึกษาเมื่อต้องพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ต่อจากนั้นในเวลา 10.45 น. เสด็จฯประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งไปยังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านปิล็อคคี่ ตำบลปิล็อค อำเภอทองผาภูมิ และในเวลา 13.30 น. เสด็จประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งไปยังศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านคลิตี้ล่าง ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี 



ประชาสัมพันธ์ จังหวัดกาญจนบุรี
 เรวัติ น้อยวิจิตร   hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445
 

สุพรรณบุรี จัดโครงการ " ขนส่งห่วงใย ใส่ใจผู้ประสบภัยจากรถ ”




                นางตุลาวรรณ ทัพวนานต์ ขนส่งจังหวัดสุพรรณบุรี  จัดโครงการ " ขนส่งห่วงใย ใส่ใจผู้ประสบภัยจากรถ ”  โดยมี  ว่าที่ร้อยตรี สุพีร์พัฒน์ จองพานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดโครงการ   ณ  ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน  พร้อมเน้นย้ำขอให้ทุกคนตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนขับรถด้วยความระมัดระวัง มิให้เกิดอุบัติเหตุ เน้น  “  ป้องกันดีกว่าแก้ไข ”


           


             วันพุธที่  ๒๘ มกราคม ๒๕๕๘ เวลา ๐๙.๐๐ น.   นางตุลาวรรณ ทัพวนานต์ ขนส่งจังหวัดสุพรรณบุรี  จัดโครงการ " ขนส่งห่วงใย ใส่ใจผู้ประสบภัยจากรถ ”  โดยมีว่าที่ร้อยตรี สุพีร์พัฒน์ จองพานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี มาเป็นประธานเปิดโครงการ ฯ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี  กล่าวภายหลังมอบอุปกรณ์สำหรับผู้พิการอันเนื่องมาจากการใช้รถใช้ถนน  ว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ที่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และกลุ่มบุคลต่างๆ ในสังคม ได้ให้ความสำคัญและให้ความช่วยเหลือกับผู้ประสบภัย เนื่องจากปัจจุบันมีผู้พิการที่เกิดจากสาเหตุใช้รถใช้ถนนเพิ่มมากขึ้น  ซึ่งต้องขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนตระหนักถึงผลกระทบจากอุบัติเหตุในการใช้รถใช้ถนน รวมทั้งกระตุ้นเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนคำนึงถึงความปลอดภัย เน้น “ป้องกันดีกว่าแก้ไข”  โดยในครั้งนี้ได้ให้ความช่วยเหลือในรูปแบบของอุปกรณ์สำหรับผู้ประสบภัยจากรถ แสดงให้เห็นว่าทุกภาคส่วนไม่ทอดทิ้งห่วงใย ใส่ใจ รวมทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ประสบภัยจากรถให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น สามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับสังคมและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข




             นางตุลาวรรณ ทัพวนานต์ ขนส่งจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ กำหนดให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่ง คือ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) โดยกองทุนฯ ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เรื่องช่วยเหลือผู้พิการอันเนื่องมาจากการใช้รถใช้ถนน ซึ่งกำหนดให้ช่วยเหลือในรูปของอุปกรณ์สำหรับผู้พิการ โดยกรมการขนส่งทางบกได้ให้ความช่วยเหลือผู้พิการตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ เป็นต้นมา ซึ่งได้ให้การช่วยเหลือไปแล้วรวม ๙,๓๓๘ ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๔๔๐,๖๖๔,๘๐๓ บาท สำหรับจังหวัดสุพรรณบุรี กองทุนฯ ได้มอบอุปกรณ์ช่วยเหลือสำหรับผู้พิการที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนนในเขตจังหวัดสุพรรณบุรีไปแล้ว จำนวน ๑๔๑ ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๖,๑๕๑,๐๐๐ บาท โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ที่ผ่านมานี้ จังหวัดสุพรรณบุรีมีผู้พิการที่ได้รับมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ จำนวน ๕๑ ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๒,๓๑๑,๐๐๐ บาท






             ขนส่งจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า การให้ความช่วยเหลือในด้านอุปกรณ์แก่ผู้พิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน เป็นการให้กำลังใจ สร้างความมั่นใจแก่ผู้พิการให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างมีความสุขและความภาคภูมิใจ นอกจากนี้ยังเป็นการประชาสัมพันธ์อีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถสร้างความรู้ และความเข้าใจในการรณรงค์ให้ประชาชนทั่วไปตระหนักถึงผลกระทบจากอุบัติเหตุในการใช้รถใช้ถนน รวมทั้งกระตุ้นเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนคำนึงถึงความปลอดภัย ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบกและกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ได้เป็นอย่างดี ดังนั้น เพื่อสนองนโยบายรัฐบาล เรื่องของขวัญที่รัฐบาลมอบให้ประชาชน กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก จึงได้จัดทำ โครงการ "ขนส่งห่วงใย ใส่ใจผู้ประสบภัยจากรถ” โดยเป็นการจัดให้มีพิธีมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจากกองทุนฯ ขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันพุธที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๘ นี้ สำหรับจังหวัดสุพรรณบุรีกำหนดจัดกิจกรรมคืนความสุขให้ผู้ประสบภัย คืนความปลอดภัยให้ท้องถนน ตามโครงการ "ขนส่งห่วงใย ใส่ใจผู้ประสบภัยจากรถ”





       ด้านนายนิคม  อาจคงหาญ ผู้พิการอันเนื่องมาจากการใช้รถใช้ถนน กล่าวว่า ประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวชนกับรถบรรทุก ตั้งแต่ปลายปี 2542  ทำให้ขาขวาขาดและขาขวาขาดถึงสะโพก แต่ได้กำลังใจจากครอบครัวทำให้มีกำลังใจประกอบกับได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนนี้ ทำให้สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไป แต่ฝากถึงทุกคนอย่าประมาทในการใช้รถใช้ถนนดีที่สุด    ทั้งนี้ การให้ความช่วยเหลือในด้านอุปกรณ์แก่ผู้พิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน โดยกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) เป็นการให้กำลังใจ สร้างความมั่นใจแก่ผู้พิการให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างมีความสุขและความภูมิใจ





เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์
 เรวัติ น้อยวิจิตร   hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

สระบุรี ตำรวจสนธิกำลังบุกจับพ่อค้ายาบ้ารายใหญ่ ได้ยาบ้า 12,000 เม็ด




               เมื่อ วันที่ 28 มกราคม  2558  นาย ชรัส บุญณสะ  รองผู้ว่าราชจังสระบุรี พันตำรวจเอก ภูบาล ทับจันทร์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี พันตำรวจเอก ไกรเขต บุรีรักษ์ ผู้กำกับสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี พร้อมกำลังทหาร ร่วมแถลงข่าว ได้จับกุมนายธนานิพัทธ์(อาร์ท)  ยศสิงห์คำ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ที่12 ตำบลแม่สูน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่








              ได้เข้าจับกุมที่ห้องพัก สำรวย อาพาร์ทเม้นท์ 4  เลขที่ 69/15 ห้อง 202 ถนนเทศบาล 8 ตำบลปากเพรียว เมือง จังหวัดสระบุรี พบยาบ้าประเภท 1 สีส้ม WY 6 มัด จำนวน 12,000  เม็ด ซึ่งมี พฤติกรรมของคนร้าย จะนำยาบ้าจากภาคเหนือมาซุกซ้อนไว้ในรถขนผักสด แล้วนำมาพักไว้ในห้องพักดังกล่าว แล้วนำมาขายให้แก่ ลูกค้าในเมืองสระบุรีในครั้งนี้อ้างว่า นำยาบ้ามาจาก นายสำราญ ไม่ทราบนามสกุล เป็นคนที่อำเภอฝาง ครั้ง 5-10 มัด ในราคามัดละ  100,000 บาท จำหน่ายมัดละ 120,000 บาท โดยทำมาหลายครั้งแล้วกระทั่งมาถูกจับคุมดังกล่าว




        ทีมข่าวเฉพาะกิจ สระบุรี

สระบุรี กอ.รมน.ร่วม ปชส.จังหวัดฯ จัดงาน สื่อมวลชนสัมพันธ์




               เมื่อ 28 ม.ค.58 เวลา 08.30 น. พ.อ.พงษ์ศิลป์  สถิตย์ขราณี  หน.กลุ่มงานยุทธศาสตร์ความมั่นคง กอ.รมน.จังหวัดสระบุรี  ร่วมกับ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี  จัดกิจกรรม ตามโครงการ "สื่อมวลชนสัมพันธ์"  ณ ห้องประชุม อบจ.สระบุรี (หลังใหม่)  เพื่อ พบปะพัฒนาสัมพันธ์กับพี่น้องสื่อมวลชน รวมทั้ง ผู้สื่อข่าวจังหวัดสระบุรี, วิทยุชุมชน, เคเบิลทีวี, และสื่อท้องถิ่นต่างๆ ขอความร่วมมือในการเสนอข้อมูลข่าวสาร อย่างสร้างสรรค์ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง  มีแหล่งข่าวชัดเจน สามารถยืนยันได้ เพื่อช่วยกันขจัดปัญหาข้อขัดแย้งของสังคม รวมทั้ง ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ การปฎิรูป ประเทศทั้ง 11 ด้าน มี ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ในครั้งนี้กว่า 100  คน










(คนธรรมดา  ม้าตัวเดียว)
  เรวัติ  น้อยวิจิตร  hub  admin  rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445