วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

สุพรรณบุรี ความคืบหน้ายิงสนั่น หน้า SNOP เจ้าของผับมือยิง ย่องมอบตัวตำรวจ อ้างยิงลงดินระงับเหตุ



           ที่ จ.สุพรรณบุรี จากกรณีเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่หน้า SNOP ผับเลขที่ 360 หมู่ 4 ต.อู่ทอง ตั้งอยู่ริมถนนสายมาลัยแมนสุพรรณบุรี-อู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย ประกอบด้วย นายเสกสิทธิ์ ทองนุ่ม หรือเข็ม อายุ 34 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. กระสุนเข้าที่บริเวณหน้าท้อง ก่อนแฉลบโดนที่ต้นขา 1 นัด ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ส่งรักษาต่อที่ โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช ส่วนคนเจ็บที่เหลืออีก 3 ราย ชื่อนายอัฐพล กลางโฉม อายุ 26 ปี ชาว จ.กาญจนบุรี โดนตีที่ศีรษะแผลแตกเย็บ 5 เข็ม อีกรายนายธนกร รอดคง อายุ 25 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี โดนลูกหลงถูกขวดขว้างมาโดนมือขวาเย็บ 16 เข็ม รายสุดท้าย น.ส กนกวรรณ จันแปง อายุ 21 ปี บ้านอยู่ จ.กาญจนบุรี พนักงานประชาสัมพันธ์ในร้านโดนเศษขวดแตกกระเด็นถูกที่ใต้ตาซ้ายเย็บ 5 เข็ม ที่เกิดเหตุบริเวณด้านหน้าสถานบันเทิงดังกล่าวพบ เศษขวดเหล้า เศษแก้ว แตกกระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ และปลอกกระสุนขนาด 9 มม. ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนจำนวน 6 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เหตุเกิดคืนวันที่ 1 พ.ย.ในคืนฉลองวันฮาโลวีน ล่าสุดจากพยานหลักฐานทราบว่าว่ามือปืนที่ก่อเหตุคือนายณัฐพล จรัญมานะโชติ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1534 หมู่ 6 ต.อู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นเจ้าของผับหลังเกิดเหตุได้ปิดล็อกประตูไม่ให้ใครเข้าไปในผับและนายณัฐพล หลบหนีไป







              ล่าสุดเวลา 16.00 น.วันที่ 2 พ.ย.นายณัฐพล จรัญมานะโชติ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1534 หมู่ 6 ต.อู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เจ้าของสถานบันเทิงที่เกิดเหตุเข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ รรท.ผบช.ภ.7 พร้อมอาวุธขนาด 9 มม.ที่ใช้ก่อเหตุ  จากนั้น ได้มอบหมายให้ พล.ล.ต.สุรพงษ์  ชัยจันทร์  รอง ผบช.ภ.7 พ.ต.อ.คมศักดิ์ สุมังเกษตร รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี นำตัวไปแถลงข่าวที่ตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี สอบสวนเบื้องต้นนายณัฐพล ผู้ต้องหาให้การภาคเสธว่าไม่ได้ยิงใส่ผู้บาดเจ็บ ช่วงเกิดเหตุมีกลุ่มวัยรุ่น 2 กลุ่ม ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันในร้านตนพยายามเข้าไปห้ามปรามแต่กลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ยอมเลิกยังออกไปชกต่อยกันที่นอกร้านอีกด้วยความโมโห ที่กลุ่มผู้ก่อเหตุได้สร้างความเสียหายให้กับทางร้านตนจึงได้ยิงปืนลงพื้น 1 นัด เพื่อจะระงับเหตุ ต่อมามีเสียปืนดังขึ้นอีกหลายนัด แต่ตนไม่ทราบว่าเป็นฝ่ายไหนยิงและทราบต่อมาว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจึงได้ไปตั้งหลักก่อนเข้ามอบตัวสู้คดี จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายณัฐพล ไปนำชี้ยังจุดเกิดเหตุก่อนควบคุมตัวไปสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย










            ทางด้าน พล.ล.ต.สุรพงษ์  ชัยจันทร์  รอง ผบช.ภ.7 เปิดเผยว่าผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาพร้อมกับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำฮาร์ทติส เก็บข้อมูลกล้องวงจรปิดของทางร้านไปตรวจสอบ หาหลักฐานว่ามีใครบ้างที่ร่วมก่อเหตุเพื่อเป็นหลักฐาน สำหรับสถานบันเทิงที่เกิดเหตุขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมรายละเอียดเสนอกับนายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อลงนามสั่งปิดให้บริการสถานบันเทิงเหตุนี้ต่อไป






มงคล  สว่างศรี/สุพรรณบุรี
เรวัติ น้อยวิจิตร Hub Admin rewat.noyvijit@hotmail.com 081-9107445

สุพรรณบุรี สภ.สามชุก รายงานเหตุ คนร้ายใช้ แก๊สตัดประตูเก็บเงินหลังตู้ ATM.ธนาคารออมสิน สาขาสามชุก



            ที่ จ.สุพรรณบุรี วันที่ 2 พ.ย. พ.ต.ต.นพนันท์ เลื่องเลิศ สว. (สอบสวน) สภ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้แก๊สตัดประตูเก็บเงินหลังตู้ ATM.ธนาคารออมสิน สาขาสามชุก ตั้งอยู่กลาง  ตลาดสามชุกร้อยปี ถนนมิตรสัมพันธ์ หมู่ 2 ต.สามชุก  จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สมบัติ อ่อนสมบูรณ์ ผกก.สภ.สามชุก พ.ต.ท.เจษฎา พานิชวงศ์ รอง ผกก.(สอบสวน) เจ้าหน้าที่สืบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.สุพรรณบุรี ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุหน้าทางเข้าธนาคาร ซึ่งเป็นที่ตั้งตู้ ATM  บริเวณด้านหลังพบรอยถูกไฟแก๊สตัดที่ประตูเซฟด้านหลังตู้ ATM.ดังกล่าวเป็นรอยยาวจากพื้นขึ้นไปหาลูกบิดสูงประมาณ 120 ซม.พังเสียหาย และสายเคเบิ้ลสัญญาณกล้องวงจรปิดที่เชื่อมต่อมาจากตัวอาคารธนาคาร ถูกตัดขาดไม่สามารถใช้งานได้ จากกาตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าคนร้ายไม่สามารถนำเงินในตู้ไปได้







             ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. ของวันนี้ พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิจ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน โดยมี พ.ต.อ.สมบัติ อ่อนสมบูรณ์ ผกก.สภ.สามชุก พ.ต.ท.นิยม สุ่ยวงษ์ รอง ผกก.กก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.ท.คมเดช ดอนปิ่นไพร รอง ผกก.สส.สภ.สามชุก  พ.ต.ท.เจษฎา พานิชวงศ์ รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.ชยิน แจ้งประจักษ์ รอง ผกก.ป.สภ.สามชุก พ.ต.ท.บุรี อมรพิชิต สว.สส.สภ.สามชุก เข้าร่วมประชุมใช้เวลาประมาณ 1 ชม.จากนั้นได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของธนาคาร พบคนร้ายใช้รถยนต์เก๋งสีน้ำเงิน ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนเป็นพาหนะ ขับเข้ามาจอดที่บริเวณลานจอดหน้าธนาคาร จากนั้นคนร้ายได้เดินลงจากรถใช้ไม้ยาวประมาณ 3 เมตร เข้าไปดันกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ตัวอาคารให้แหงนขึ้นฟ้า ก่อนจะลงมือก่อเหตุใช้หัวตัดแก๊ส เจาะที่บริเวณประตูด้านหลังตู้ ATM แต่สุดท้ายคนร้ายไม่สามารถนำเงินในตู้ไปได้เนื่องจากตู้ ATM เป็นเหล็กชนิดพิเศษมีหลายชั้นระบบป้องกันมีความปลอดภัยสูงคนร้ายจึงล่าถอยทิ้งไว้เพียงร่องรอยให้ดูต่างหน้า









                ด้าน พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิจ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า กล้องวงจรปิดของธนาคารบันทึกภาพรถของคนร้ายที่ก่อเหตุไว้ได้ ช่วงเวลาประมาณ 02.37 น.คนใช้รถยนต์เก๋งสีน้ำเงินไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียนเข้ามาจอดจากนั้นคนร้ายซึ่งสวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้าถือไม้หรือเหล็กยาวประมาณ 3 เมตร ดันกล้องวงจรปิดให้แหงนขึ้นฟ้า เพื่อเปลี่ยนทิศทาง ก่อนที่จะใช้คีมตัดสายสัญญาณกล้องวงจรปิด แล้วก่อเหตุใช้แก๊สตัดด้านหลังตู้เอทีเอ็ม แต่คนร้ายไม่สามารถเอาเงินออกจากตู้ได้ คาดว่าอาจจะมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าเดินผ่านมาจับจ่ายซื้อของในตลอดพบเห็นเข้า หรือแก๊สที่เตรียมมาอาจจะหมดก่อนที่จะตัดตู้เอทีเอ็มออกได้ คนร้ายจึงได้หลบหนีไป ขณะนี้ได้สั่งการให้กำลังชุดสืบสวนของ สภ.สามชุก ร่วมกับชุดสืบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี และชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆทางที่คาดว่าคนร้ายใช้เป็นเส้นทางหลบหนี พร้อมกับตรวจสอบบุคคลที่ต้องคดีลักษณะนี้และพ้นโทษออกมาเพื่อเป็นแนวทางในการติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับสถาบันการเงิน  คาดว่าจะสามารถสืบสวนติดตามจัดกุมตัวคนร้ายได้เร็ว ๆ นี้









               ด้านนางนิภาวรรณ ทองนวล อายุ  50 ปี ผู้จัดการธนาคารออมสินสาขาสามชุก  เปิดเผยว่า ช่วงเช้าแม่บ้านของธนาคารมาเปิดธนาคาร พบว่าที่ด้านหลังตู้เอทีเอ็ม มีลักษณะถูกคนร้ายใช้แก๊สตัดเสียหาย จึงโทรแจ้งให้ผู้จัดการทราบแล้วให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามชุก มาตรวจสอบ ซึ่งผู้จัดการธนาคารฝากไปถึงคนร้ายด้วยว่าคนร้ายที่คิดจะก่อเหตุควรจะดูข่าวบ้างว่าที่ผ่านมาคนร้ายที่ก่อเหตุ โจรกรรมตู้เอทีเอ็มทุกรายไม่สามารถนำเงินเอาได้เลย บางรายเอาเงินไปได้แต่ก็ถูกตำรวจติดตามดำเนินคดีได้ทุกราย







ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี
เรวัติ น้อยวิจิตร Hub Admin rewat.noyvijit@hotmail.com 081-9107445

สระบุรี เปิดโครงการชุมชนท่องเที่ยว​OTOP​ นวัตวิถี" บ้านซับครก



               วันที่​ 2 พฤศจิกายน​2561 นางสาวพงษ์อุมา​ โพธิ์กะต้น​ ปลัดอวุโส​ รักษาการแทน นายอำเภอพระพุทธบาท​ จังหวัดสระบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านซับครก  อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี มีหัวหน้าส่วนราชการ​นายกเทศบาล​ คนในชุมชน​ มาร่วมงาน​ พร้อม นาง​สุคนธ์​ ชูทิพย์​ พัฒนาการอำเภอพระพุทธบาท​ การดำเนินงาน โครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เป็นการดำเนินงานภายใต้โครงการ “ไทยนิยมยั่งยืน” ที่มีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็ง ยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และรายได้ให้แก่ชุมชน การสร้างตลาดใหม่ และการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ OTOP เข้ากับการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมวิถีพุทธกราบรอยพระพุทธบาท เที่ยวทุ่งทานตะวัน​ ทุ่งปอเทือง​  โดยการใช้เสน่ห์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิตวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์มาเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชน ในการสร้างรายได้ให้กับชุมชน











             อำเภอพระพุทธบาท​ เป็นอำเภอ​ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์/ การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ​/และแหล่งการท่องเที่ยวธรรมชาติโดยชุมชน ตลอดจนมีรูปแบบการท่องเที่ยวที่สอดคล้องต่อพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน บ้านซับครก ที่เป็น 1 ของพื้นที่เป้าหมายของอำเภอพระพุทธบาท​ ในการเป็นชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี มีต้นทุนแหล่งท่องเที่ยว​การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน​ การรำตำนานบ้านซับครก​  รำกลองยาว​  อาหารการกิน ที่อร่อยมากมาย บ้านซับครกถือว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์​ ของวัด​ แหล่งวัฒนาธรรม​ สินค้าแปรรูปมากหมาย ในการเปิดตลาดOTOP นวัตวิธี​"ตลาดบ้านซับครก" จะเป็นแหล่งรวมอาหารและสินค้าของชุมชน มีโบราณสถานที่​ รวมถึงการมีวัฒนธรรม ที่สืบทอดกันมายาวนาน อันเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมได้เป็นอย่างดี และยังเป็นแหล่งผลิตภัณฑ์เพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนเป็นการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์OTOPเชื่อมการท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองรองในระดับชุมชนเป็นสร้างอาชีพเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนที่ใช้ทุนชุมชนที่เป็นอัตลักษณ์ เสน่ห์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ นำสินค้ามาจำหน่ายนอกชุมชนทำให้้เกิดรายได้เฉพาะรายและกลุ่มและเพิ่มรายได้ของคนในชุมชนอีกด้วย










สมยศ พิมมศร รายงาน (คนธรรมดา ม้าตัวเดียว) บรรณาธิการข่าว


เรวัติ น้อยวิจิตร Hub Admin rewat.noyvijit@hotmail.com 081-9107445

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ปศุสัตว์สุพรรณบุรี สานต่อพระปณิธานโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า อย่างต่อเนื่อง



               นายภูวสิษฐ์ บวรธีราเศรษฐ์ ปศุสัตว์จังหวัดสุพรรณบุรี  เปิดเผยว่า สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุพรรณบุรี ออกหน่วยรักษาพยาบาลสัตว์เคลื่อนที่ ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ที่ทรงห่วงใยทุกข์สุขของพสกนิกรชาวไทยและปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าที่เป็นปัญหาสำคัญของชาติ โดยทรงมีพระประสงค์ ให้โรคพิษสุนัขบ้าหมดไปจากประเทศไทย   ด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สำนักงานปศุสัตว์สุพรรณบุรี  จึงได้สานต่อพระปณิธานดังกล่าวฯ เพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและควบคุมประชากรสุนัขและแมว โดย  มีการบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ฟรี ให้แก่สัตว์เลี้ยงที่มีอายุ 3 เดือนขึ้นไป  โดยในครั้งนี้ ให้บริการผ่าตัดทำหมันสุนัขจำนวน 11 ตัวและแมว 6 ตัว พร้อมฉีดป้องกันเห็บหมัด เพื่อเป็นการป้องกันและลดอัตราการเพิ่มประชากรของสุนัขและแมว ณ วัดโพธิ์คลาน อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี

 


                ทั้งนี้ วัด และโรงเรียน ที่ต้องการขอรับบริการผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมวขอให้แจ้งความประสงค์ล่วงหน้า ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุพรรณบุรี โดยสุนัขและแมวที่จะเข้ารับการทำหมันต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 12 ชั่วโมง ก่อนการผ่าตัด หรืออดตั้งแต่ 18:00 น.   ส่วนสุนัขแล้วนำมาฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจะต้องอายุตั้งแต่  3 เดือนขึ้นไปและสุนัขและแมวจะต้องไม่มีอาการเจ็บป่วย  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้  ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุพรรณบุรีโทรศัพท์ 035-555466




เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าว 
เรวัติ น้อยวิจิตร Hub Admin rewat.noyvijit@hotmail.com 081-9107445

สุพรรณบุรี ยิงสนั่น หน้า " SNOP ผับ " ผับดังกลางเมืองอู่ทอง ฉลองวันฮาโลวีนเจ็บระนาว

 


              ที่ จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ร.ต.อ.เฉลิมชัย พฤษภาพร รอง สว. (สอบสวน) สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่หน้า SNOP ผับเลขที่ 360 หมู่ 4 ต.อู่ทอง ตั้งอยู่ริมถนนสายมาลัยแมนสุพรรณบุรี-อู่ทอง จึงไปตรวจสอบพร้อม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยจักรนารายณ์





               ที่เกิดเหตุบริเวณด้านหน้าสถานบันเทิงดังกล่าวพบ เศษขวดเหล้า เศษแก้ว แตกกระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ และปลอกกระสุนขนาด 9 มม. ตกกระจายเกลื่อนพื้นจำนวน 6 ปลอกส่วนคนเจ็บเจ้าหน้าที่นำส่งอู่ทอง ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อนายเสกสิทธิ์ ทองนุ่ม หรือเข็ม อายุ 34 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. กระสุนเข้าที่บริเวณหน้าท้อง ก่อนแฉลบโดนที่ต้นขา 1 นัดได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสจึงส่งไปรักษาต่อที่ โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช ส่วนคนเจ็บที่เหลืออีก 3 ราย ชื่อนายอัฐพล กลางโฉม อายุ 26 ปี ชาว จ.กาญจนบุรี โดนตีที่ศีรษะแผลแตกเย็บ 5 เข็ม อีกรายนายธนกร รอดคง อายุ 25 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี โดนลูกหลงถูกขวดขว้างมาโดนมือขวาเย็บ 16 เข็ม รายสุดท้าย น.ส กนกวรรณ จันแปง อายุ 21 ปี บ้านอยู่ จ.กาญจนบุรี พนักงานประชาสัมพันธ์ในร้านโดนเศษขวดแตกกระเด็นถูกที่ใต้ตาซ้ายเย็บ 5 เข็ม






              จากการสอบสวนนายอัฐพล กลางโฉม อายุ 26 ปี (คนเจ็บ) ให้การว่าก่อนเกิดเหตุตนมาเที่ยวสถานบันเทิงแห่งนี้พร้อมพวก 5 คนขณะกำลังนั่งดื่มกินกับเพื่อนอยู่ที่โต๊ะมีชายวัยรุ่นเดินเข้ามาถามว่าให้ของลับเขาทำไม จึงตอบกลับไปว่าไม่ได้ให้ หลังจากนั้นตนคิดว่าเรื่องคงสงบไปแล้ว แต่จู่ๆชายคนดังกล่าวกลับเดินปรี่เข้ามาชกต่อยตนโดยมีกลุ่มคู่กรณีเข้ามารุมเอาขวดตีที่ศีรษะ จนเกิดการชุลมุนลงมือชกต่อยกันขึ้นและมีการขว้างปาขวดแก้วใส่กันและตนสลบจำอะไรไม่ได้ และกลุ่มของตนได้ออกมาหน้าร้านเตรียมจะขึ้นรถกลับบ้าน แต่คู่กรณีกลับไม่เลิกราเดินปรี่เข้ามาทำร้ายกลุ่มของตนอีกจึงได้เกิดการชกต่อยกันขึ้นอีกรอบขณะที่มีการก่อเหตุกันอยู่ ได้มีเจ้าของร้านเข้ามาห้ามแต่ไม่เป็นผล จากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัดหลังจากนั้นได้มีเสียงปืนดังขึ้นอีกหลายนัดทำให้นักท่องราตรี ต่างวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่นหลังสิ้นเสียงปืนพบมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายทั้งจากถูกกระสุนปืนและถูกตีจึงรีบนำส่ง รพ.






            ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีชาวบ้านรายหนึ่ง(ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าสถานบันเทิง SNOP แห่งนี้ เปิดได้ประมาณ 1 ปีเศษ และมีที่เดียวใน อ.อู่ทอง ที่สำคัญตั้งห่างจากโรงเรียนวัดหนองตาสาม และสำนักเขตพื้นที่การศึกษา สุพรรณบุรี เขต 2 ไม่ถึง 500 เมตร ส่งเสียงดังรบกวนชาวบ้านทุกคืน มีเรื่องกันอยู่เป็นประจำ ล่าสุดยังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ปกครอง สนธิกำลังเข้าตรวจค้นพบนักท่องราตรีมีสารเสพติด แต่ไม่ทราบว่าทำไมถึงยังเปิดได้อยู่ ชาวบ้านในแถบนี้สงสัยว่าทำไมผู้มีอำนาจจึงออกใบอนุญาตให้ได้ เจ้าของคงเส้นใหญ่ถึงได้สามารถเปิดได้ขนาดนี้ เพราะเหตุที่เกิดขึ้นเกิดในช่วงเวลา 01.30-02.00 น. ซึ่งเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดแล้ว ก็แสดงว่าผับแห่งนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและและสืบสวนหาตัวมือที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป



 

    มงคล  สว่างศรี/สุพรรณบุรี
เรวัติ น้อยวิจิตร Hub Admin rewat.noyvijit@hotmail.com 081-9107445