วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2560

สุพรรณบุรี นพ.สาโรจน์ มะรุมดี เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์วันเอดส์โลก



           ที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาสุพรรณบุรี นพ.สาโรจน์  มะรุมดี สสจ.สุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด กิจกรรมรณรงค์วันเอดส์โลก ภายใต้คำขวัญ “สิทธิสุขภาพ ปราศจากตีตรา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน”   พร้อมกล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นการสร้างกระแสและกระตุ้นให้กลุ่มประชากรที่เข้าถึงยาก (ชายรักชาย) เข้าสู่ระบบบริการด้านสาธารณสุข พร้อมจัดกิจกรรมให้ความรู้ บริการตรวจสุขภาพ ให้คำปรึกษาด้านโรคเอดส์/โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และจัดให้มีการประกวดสาวประเภทสอง Miss Healthy Queen International 2017 หรือกลุ่มชายรักชาย MSM (Man who have Sex with Men) ซึ่งในวันเอดส์โลก มีโครงการดึงกลุ่มคนชายรักชายเข้ามาร่วมในโครงการ ให้เปิดตัวตนว่าเป็นกลุ่มคนที่รักเพศเดียวกัน โดยมี นายถิรวัฒน์  พิมลไพศาล หน.กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ และ นางชฎาณัตถ์  ชิตชิกูล ปฏิบัติงานควบคุมโรคเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สสจ.สุพรรณบุรี  เป็นผู้ดูแลกิจกรรมนี้
















               พร้อมกันนี้ ได้เปิดตัวรองชนะเลิศมิสทิฟฟานี่ 2017 พิมพ์พิศา  ภาณปุวินท์โขค   ซึ่งเป็นชาวสุพรรณบุรี จากนั้นเริ่มกิจกรรมการให้บริการตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ โดยคณะเจ้าหน้าที่ รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี ในการประกวดครั้งนี้จะมีเงินรางวัล มงกุฎเกียรติยศ สายสะพาย พร้อมถ้วยรางวัลให้แก่ผู้ที่ได้รับตำแหน่งทุกตำแหน่ง












เกรียงไกร  ก่อเกียรติตระกูล  บรรณาธิการข่าว        
เรวัติ  น้อยวิจิตร  Hub Admin rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445

สุพรรณบุรี กฟภ. Kick Off จัดระเบียบสายโทรคมนาคม และอุปกรณ์สื่อสารบนเสาไฟฟ้า

 



               ที่ บริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี  นายทรงพล  ใจกริ่ม  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมการจัดระเบียบสายสื่อสารและอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมบนเสาไฟฟ้าตามแผนปฏิบัติการฯของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยเบิกฤกษ์วันแรกวันที่ 1 ธันวาคม 2560 เป็นวันเริ่มต้นการดำเนินงาน Kick Off และจัดพร้อมกันทั้งประเทศทั้ง 74 จังหวัด    โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดกล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้เพื่อบูรณาการร่วมกันขับเคลื่อนการจัดระเบียบสายสื่อสารและอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมบนเสาไฟฟ้าตามแผนปฎิบัติการฯของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อเป็นการสร้างทัศนียภาพที่สวยงาม เนื่องจากบริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี  และสุพรรณบุรีเป็นเมืองท่องเที่ยว ทั้งยังเป็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยส่วนรวม และก่อให้เกิด ความมั่นคงในระบบจำหน่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอีกด้วย








             นอกจากนี้ ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง “จัดระเบียบสายและอุปกรณ์สื่อสารโทรโทรคมนาคมบนเสาไฟฟ้า” ระหว่างจังหวัดสุพรรณบุรี การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดสุพรรณบุรี เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี และหน่วยงานสายสื่อสาร ประกอบด้วย บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) / บริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) / บริษัท  ยูนิเวอร์แซล  คอนเวอร์เจ้นท์ จำกัด/บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์  เทเลคอม จำกัด /บริษัท  แอดวานซ์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) / บริษัท  ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด/บริษัท  โทเทิ้ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเตชั่น จำกัด (มหาชน) /บริษัท ทริบเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด(มหาชน)/บริษัท ซุปเปอร์ บรอดแบนด์ เน็ตเวอร์ค จำกัด  พร้อมการปล่อยขบวนรถประชาสัมพันธ์และปล่อยรถไปดำเนินการจัดระเบียบสายสื่อสาร







             ด้านนายวิทยา  สนทิศปัญญา  ผู้จัดการการไฟฟ้าจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเป้าหมายของการดำเนินการครั้งนี้มุ่งเน้นการรื้อถอนสายและอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมที่ไม่ได้ใช้งาน และที่ไม่ได้รับอนุญาตออกจากเสาไฟฟ้าในเส้นทางสำคัญ หรือเส้นทางวิกฤตที่ได้รับการพิจารณาจากจังหวัดต่างๆรวมทั้งสิ้น 160 เส้นทาง ระยะทางทั้งสิ้นทั่วประเทศ 300 กิโลเมตรและคิดเป็นจำนวนเสาไฟฟ้าจำนวน 13,000 ต้น ในการนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จึงได้ขอความร่วมมือจากหน่วยงานผู้ประกอบการเจ้าของสายสื่อสารและเคเบิ้ลทีวีเข้าร่วมดำเนินการ ต่อจากนั้นในปี 2561 จะเป็นกระบวนการยุบรวมสายสื่อสารให้มีสายคงเหลือเป็นไปตามมาตรฐานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในที่สุด





 






 




เกรียงไกร  ก่อเกียรติตระกูล  บรรณาธิการข่าว        
เรวัติ  น้อยวิจิตร  Hub Admin rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445

น้ำใจมา...น้ำตาซึม โดย วัติ ธนวิทย์

    


" พี่ครับ...พี่รู้มั้ยครับ ?
เป็นครั้งแรกที่ชีวิตผม 
ได้รับเสียงปรบมือ..."

ได้ยิน ได้ฟัง...เล่นเอาทีมงาน
ถึงกับอึ้ง...น้ำตาซึม...
พลางโอบกอดเด็กน้อยไว้ 
เหมือนจะทดแทน
ความอบอุ่นให้น้องได้ชั่วครู่ หลังจากน้องคนหนึ่งเล่นละคร
เพลงเสร็จ แล้วเดินมาบอก
กับพวกเรา


       


เมื่อ 27 - 29. พ.ย. ที่ผ่านมา...
ทีมงานจิตอาสา "กลุ่มพลังดี"
ได้มีโอกาสเดินทางไปร่วมฝึกสอน
การแสดงละครเพลง  
เรื่อง ”ยอดมนุษย์พลังดี” 
ให้กับน้อง ๆ
แสดงโดย เยาวชน จาก 
สถานพินิจและคุ้มครองเด็ก
และเยาวชน จ.สมุทรปราการ
(สร้างสรรค์โดย กลุ่มพลังดี)

ทีมงานเราออกเดินทางล่วงหน้า
ตั้งแต่บ่าย วันที่ 26 พ.ย. 
เพื่อต้องการที่จะไปพูดคุย 
ทำความรู้จัก ทำความเข้าใจ 
และคุ้นเคย กับทั้งสถานที่ 
เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุม
และ น้อง ๆ เยาวชนที่อยู่ 
ณ สถานที่ปิดแห่งนี้


         

หลังจาก...ได้รับการอนุมัติจาก
ท่าน พันจ่าตรี ธานี  แสงสง่า
ผู้อำนวยการสถานพินิจ ฯ  
ซึ่งเข้าใจเป้าหมาย ในการจัดกิจกรรม
จากภายนอก สู่ภายใน อันเป็นการ
เปิดโอกาสให้น้อง ๆ เยาวชนได้ร่วม
สันทนาการ และได้รับรู้ว่า...พวกเขามิได้
อยู่อย่างโดดเดี่ยว ยังมีคนภายนอก
ที่พร้อมเข้าใจ ให้กำลังใจ และรอคอยวันกลับมาของน้อง ๆ 
ที่จะกลับมาร่วมเป็นเยาวชนคนดี

ทำดี เพื่อสู่อ้อมอก คุณพ่อ คุณแม่ 
ญาติพี่น้อง และร่วมสร้าง
สังคมที่่ดีต่อไปในอนาคต


        
         

ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณ ท่าน ชุมศิลป์ 
โสตถิปรีดาวงศ์  ผู้พิพากษาสมทบ ศาลเยาวชนและครอบครัว 
จ.อ่างทอง และ ที่ปรึกษากลุ่มพลังดี
และพี่หมอ คุณขจรศักดิ์ 
เชาว์เจริญรัตน์ หัวหน้ากลุ่มพลังดี
ที่อนุเคราะห์ ในการประสานงาน
กับทางสถานพินิจ ฯ จนเกิด
กิจกรรมดี ๆ ครั้งสำคัญ ครั้งนี้ขึ้นได้


        
         

การทำงานครั้งนี้...เป็นเรื่องยาก
สำหรับทีมงานพวกเราอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่เข้ามา
คลุกคลีอบรมในสถานที่ปิดถึง 
3 วัน ยากต่อการเข้า - ออก 
อุปกรณ์สื่อสาร มือถือ
และหลาย ๆ อย่าง
ต้องปฏิบัติตามระเบียบราชการ
สถานที่อย่างเคร่งครัด ห้ามนำเข้า ยกเว้นได้รับการอนุญาตให้นำเข้า
เฉพาะส่วนและสิ่งที่เกี่ยวข้อง
กับการอบรมเท่านั้น 

แต่...นั่นมิได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด ? 
สิ่งที่เราหวั่นกลัว คือ การยอมรับ การเปิดใจของน้อง ๆ มากกว่า ในการที่จะให้ความร่วมมือ พูด คุย เปิดใจเล่าเรื่องราวในชีวิตตนเอง
ที่เปิดเผยได้ มาทำเป็นบทละคร
เพราะการแสดงครั้งนี้ ตัวละคร ตัวแสดงต้องเป็นตัวตนของน้อง ๆ เอง 
บทพูด บทสคริพต์ต่าง ๆ ไม่มีการเตรียม
เพราะ ทีมงานต้องมาค้นหาเอาเอง
จากตัวละคร ณ สถานที่จริงแห่งนี้


        

ผ่านพ้นวันแรก...
หลังจากพูดคุย เล่นกิจกรรม 
น้อง ๆ ส่วนใหญ่ เริ่มมีความ
เป็นกันเอง สนุกสนาน
กับกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับพี่ ๆ
แล้วสิ่งที่ยากที่สุดก็มาถึง...
คือการเปิดใจ ทีมงานใช้วิธี
ให้น้อง ๆ เขียนบอกเล่า ข้อความ 
เรื่องราวตามความเป็นจริงของ
แต่ละคนที่ผ่านมาในอดีตว่า
เคยเป็นอยู่แบบไหน เกิดอะไร
กับชีวิต เกิดขึ้นได้อย่างไร ? ในชีวิตก่อนที่จะเข้ามาอยู่ที่นี่ 
รู้สึกอย่างไร ? และอยู่ที่นี่
จะทำตนเองอย่างไร ? พร้อมกับจะ
ทำตัวอย่างไรดี ? กับการดำเนินชีวิตต่อไป
เมื่อออกกลับไปสู่สังคมภายนอก
โดยให้เขียนย่อ ๆ
ในหนึ่งหน้ากระดาษสมุด
ด้วยลายมือตนเอง


        

เชื่อหรือไม่ ?...
จากคำบอกเล่าของ ท่าน 
ผู้พิพากษาสมทบ หลังจากได้อ่าน
เรื่องราวที่น้อง ๆ เขียนมาแล้ว 
ถึงกับอึ้ง ว่า...นี่แหละ ? คือสิ่งที่ผู้พิพากษา 
แพทย์ นักจิตวิทยาต้องการทราบ ต้องการฟังจากส่วนที่อยู่ลึก ๆ 
ในใจของน้อง ๆ เยาวชน เพราะ
ที่ผ่านมา เมื่ออยู่หน้าบัลลังก์ หรือ

การสอบถามคดี หรืออยู่กับเจ้าหน้าที่
คุมประพฤติ เด็ก ๆ พวกเขาจะมีแต่
ความหวาดหวั่น หวาดกลัว ไม่บอกเล่า
ความจริง ไม่กล้าเปิดใจ
พูดคุยด้วย ได้แต่บอกปัดไปว่า 
เพื่อนชวน หรือ ทำเอง
เหมือนแกล้งประชดสังคม
แต่เบื้องลึกในใจทุกคนจะมีปัญหา
ส่วนตัว สภาพแวดล้อมครอบครัว
ที่แตกต่างกันไป 


          

นี่...เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากที่
พวกเราซึ่งอยู่ในกระบวนการ
ยุติธรรมจะต้องนำไปศึกษาหาวิธี
ช่วยเหลือ แก้ปัญหาให้น้อง ๆ 
ต่อไปให้ได้
   
ก่อนจะเป็นบทละคร...
ขณะที่น้อง ๆ ออกมาอ่านเรื่อง
ที่ตนเองเขียน ตัวเองและเพื่อน ๆ
ในห้องต่างก็ร้องไห้กันระงม ทำเอา
พี่หมอ คุณขจรศักดิ์  เชาว์เจริญรัตน์ ผู้กำกับการแสดง ต้องตัดสินใจใช้ไหวพริบ ออกคำสั่งเด็ดขาดในฐานะผู้กำกับ
ว่า...คัต ๆๆ หยุด !!!...
เราเป็นนักแสดงแล้วต้องฟังคำสั่ง
ผู้กำกับ เมื่อสั่งให้ร้องบิวท์อารมณ์แล้ว สั่งให้หยุดต้องหยุด กลับ ปรับสีหน้าอารมณ์ ท่าทาง กลับมาเล่นต่อให้ได้
ปรากฏว่า...
น้อง ๆ เชื่อฟังทันที !!! 
มิเช่นนั้น ?  ขืนปล่อยไปน้ำตา
ท่วมห้องซ้อมแน่ ๆ ...

ทีมงานได้คัดเลือกข้อความที่
เด็ก ๆ เขียนนำมา รวบรวม 
แล้วประยุกต์ ประมวล
เขียนบทละครสั้น ๆ ให้เด็กเข้าใจง่าย สามารถสื่อสารแสดงออกมาได้ด้วย
ตนเอง  จากส่วนลึก ๆ ในใจ
ของน้อง ๆ และต้องเขียนบท
ให้เสร็จในคืนเดียว แข่งกับเวลา
เพราะพรุ่งนี้ เพียงวันเดียว
ต้องซ้อมเลย แล้ว แบ่งแยกหน้าที่ แยกงานกันทำหลายฝ่าย


          

และต่อมา...ทีมงานได้คัดเลือก
ตัวแสดง และให้น้อง ๆ ทุกคนรู้สึกว่า
ได้มีส่วนร่วม
ในการแสดงทั้งหด
โดยแบ่งแยกตัวละคร ฝ่ายอัศวิน 
ตัวการ์ตูนฮีโร่ พลังดีต่าง ๆ 
ที่น้อง ๆ กำหนดขึ้นเอง
ว่าอยากจะเป็นอะไร ? และ 
ฝ่ายปีศาจ เทพเจ้าอธรรม
พร้อมกับให้น้อง ๆ ที่เหลือมีหน้าที่เป็น
ฝ่ายคอสตูม ตัด ออกแบบชุดตัวละครต่าง ๆ 
ด้วยกันเอง โดยให้จัดหา
อุปกรณ์การแสดงง่าย ๆ ต่าง ๆ จากเศษวัสดุเหลือใช้ที่มีอยู่ในนั้น
เช่น ถุงดำใส่ขยะ ถุงหูหิ้ว 
ลังกระดาษ กระดาษหนังสือพิมพ์ 
กระดาษสีต่าง ๆ มาช่วยกัน 
ออกแบบ ตัด แปะ ทำเป็น
หน้ากาก อาวุธ เสื้อผ้า ชุดต่าง ๆ


          

          

และที่สำคัญ การถ่ายภาพ ถ่ายทำเป็นละครวีดีโอเผยแพร่ 
( เราจะต้องไม่ล่วงล้ำสิทธิเด็ก
เยาวชนโดยมิให้มีการเปิดเผย
หน้าตาน้อง ๆ แต่อย่างใด ?) ทีมงานแก้ปัญหาโดยการใช้สี
สำหรับแต่งหน้างิ้ว โดยสอนน้อง ๆ ที่เหลือจากตัวแสดงให้มาเป็น
ช่างแต่งหน้า เมคอัพ อาร์ทติส
ให้เพื่อน ๆ ที่เป็นตัวละคร ผลปรากฏว่า 
เด็ก ๆ สนุกส์กันมากที่ได้มีส่วนร่วม
แต่งหน้าให้เพื่อน ๆ 
และออกมาสวยงามด้วย

ฝ่ายฝึกร้องเพลง...
เพื่อประกอบละครการแสดง
โดยคุณครูอั๊ส เดอะสตาร์ 2 และ 
คุณครูพัฒน์ แห่ง "สานใจคอรัส" จะเหนื่อยมากเพราะต้องเร่งสอน
ให้น้อง ๆ รู้จักบันไดเสียง การฝึกร้อง
เพลงเสียง สูง - ต่ำ 
จังหวะ การร้องเพลงหมู่ 
การขับร้องประสานเสียง ฯลฯ 
แข่งกับเวลา ที่มีเพียง 1 วันเท่านั้น


          

          


วันแสดง...
กล้องพร้อม ทีมงานพร้อม 
ฉากพร้อม ตัวแสดงพร้อม !!!...


ท่านผู้มีเกียรติครับ...
ภาพที่เด็ก ๆ ร่วมมือกันทุกฝ่าย 
ตั้งใจแสดงต่อหน้า ท่าน ผอ. - 
แขกรับเชิญ VIP - ครู - เจ้าหน้าที่ 
และเพื่อน ๆ เราอยากให้ท่าน
ได้เห็น ได้ชมวีดีโอ ซึ่งอยู่ระหว่าง
การตัดต่อ และ กลุ่มพลังดี
จะมานำเสนอต่อไป
แต่ขอบอกว่า...แต่ละช่วง แต่ละตอน 
เด็ก ๆ สนุกสนาน กล้าแสดงออก 
ดั่งมืออาชีพ และพอถึงตอนบทที่
น้อง ๆ ได้เล่าเรื่องราวของตนเอง ทำเอาน้ำตาซึมทั้งห้องแสดง
เราเองทำหน้าที่ตากล้อง ถึงกับ
ถ่ายไป ร้องไห้ เช็ดน้ำตา
ตลอดเวลา เลยละครับ !!!


       

รวมทั้ง...รายการนักร้องประสาน
เสียงสานใจคอรัส -  ฟังคำหนุนใจ
จากผู้ป่วย HIV 
กลุ่มใจฟ้า วัดพระบาทน้ำพุ 
และปิดท้าย ด้วยแร็ปเปอร์สายธรรม
คุณอุ๋ย โต้ง โก๋เอ็ม จากวงบุดดาเบลส 
มาร่วมร้อง เล่น เต้น สลับกับการพูด
ให้กำลังใจน้อง ๆ ดีมาก

ขอขอบคุณ :  คุณพี่ตุ๋ย(เทคนิค-ถ่ายทำ) , 
พี่เอก (ดูแลด้านบท) ,
พี่บัณฑิต (แอคติ้งโค้ชนักแสดง)
แห่งกลุ่มพลังดี - คุณพี่พิณนิภา 
พร้อมทีมนักร้องประสานเสียง
สานใจคอรัส และ
คุณครู ตลอดจนเจ้าหน้าที่
สถานพินิจ ฯ ทุกท่าน ที่อำนวย
ความสะดวกให้ในทุก ๆ ด้าน

น้อง ๆ จะมีการแสดงจริงอีกครั้ง
ให้ผู้ปกครอง คุณพ่อ - คุณแม่ 
ได้ชมในวันพ่อ แต่จะจัด
วันที่ 1 ธ.ค.นี้ ที่สถานพินิจ ฯ 
จ.สมุทรปราการ

เชื่อว่า...การแสดงละครเพลง
ของน้อง ๆ สถานพินิจ ฯ 
จ.สมุทรปราการ ครั้งนี้
จะช่วยให้สังคมภายนอก
เข้าใจ ปัญหาเยาวชน และครอบครัว
มากยิ่งขึ้น พร้อมที่จะอ้าแขน...
ต้อนรับน้อง ๆ กลับสู่สังคมที่ดีต่อไป
เรามา...ช่วยกัน เสริม ซ่อม สร้าง
สังคมที่ดี ร่วมกับ กลุ่มพลังดี
กันเถิดครับ !!!...











ด้วยความเคารพ
วัติ  ธนวิทย์  และ
จิตอาสา "กลุ่มพลังดี"

ต้อนรับ " ตูน "



            สุพรรณลือลั่นฟ้า                   " อาทิวราห์ คงมาลัย "
ผู้กล้าหาญชาญชัย                             รับใช้ชาติอย่างอาจอง

             กล้าก้าวแต่ละก้าว                 ฝ่าร้อนหนาวฝ่าป่าดง
ไม่หวั่นหวาดปลิดปลง                       จิตสูงส่ง อุทิศพลี

             สายเลือด " บางปลาม้า "      วิ่งฟันฝ่าทำหน้าที่
สุดแดนสยามนี้                                  ใต้จรดเหนือเพื่อปวงชน

             สิบเอ็ดโรงพยาบาล              อุดมการณ์งานกุศล
ดับเข็ญดับทุกข์ทน                            ท้นท่วมทับซับน้ำตา

            " ตูน บอดี้แสลม "                  บรรเจิดแจ่มรวมดารา
แห่แหนห้อมล้อมมา                          ประดับฟ้าบรรดาแฟน

            ต้อนรับ " ตูน " กลับบ้าน         เสียงขับขานรักเหนียวแน่น
เหน่อสุพรรณลั่นแดน                         สดุดี " ฮีโร่ ..ไทย "       


                                 นิ่มนวล หาญทนงค์
           ประพันธ์ในนาม อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี   

ตามหาต้นตระกูล " คงมาลัย " ที่บางปลาม้า



          ไม่ได้เขียนเรื่องนี้เพราะเกาะกระแสตูน แต่ท่าน ดร.ถนัด ยันต์ทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้นคว้าประวัติศาสตร์และชาติพันธุ์มนุษย์ท่านขอมา   เราเป็นคนบางปลาม้าด้วยกัน

          พอท่านทราบมาว่า ต้น ตระกูล " คงมาลัย " อยู่ที่ตลาดบางปลาม้าคือรุ่นคุณทวดทั้งสองของตูน และก็อยู่ใกล้ๆกับบ้าน อ.นิด ก็ขอให้ช่วยเขียนเรื่องราวที่มาที่ไปให้หน่อย

          บางปลาม้าเป็นอำเภอหนึ่งของสุพรรณบุรี เป็นถิ่นกำเนิดของปลาม้าอันขึ้นชื่อ
สมัย อ.นิดเด็กๆตลาดบางปลาม้าเป็นตลาดไม้ยาวๆสองแถว   ฝั่งหนึ่งติดและขนานไปกับแม่น้ำสุพรรณหรือท่าจีน โดยหันหลังบ้านลงน้ำมีถนนค้่นกลาง มีหลังคาคลุมยาวตลอดเหมือนตลาดร้อยปีทั่วๆไป

          บ้าน อ.นิด อยู่ฝั่งตรงข้ามและเยื้องกับบ้านทวดของตูนนิดเดียว  ทวดชาย ของตูนชื่อ นายค่ง ทวดหญิงชื่อ นางไล้ แซ่อะไรจำไม่ได้ ตอนจำความได้

          คุณปู่ของตูนก็แต่งงานไปตั้งรกรากในตัวเมืองหมดแล้ว มีลูกๆคือพวกลุงๆและพ่อของตูน ซึ่งอยู่ในวัยเดียวกับ อ.นิด    นานๆก็พากันมาเยี่ยมทวดตูนทีนึง บ้านทวดตูนขายพวกเครื่องบวชและของจิปาถะ มีเด็กผู้หญิงคนนึงในร้าน ช่วยงาน  พอมืด อ.นิดกับเพื่อนๆก็จะพากันไปเล่นหมากเก็บ อีตัก กับเจ๊จงทุกวัน ทวดทั้งสองของตูนใจดีไม่ว่า พอเบื่อก็ออกมาเล่นการเล่นไทยๆหน้าบ้านท่าน ที่ไม่เล่นหน้าบ้านตัวเอง เพราะกลัวแม่ถวายไม้ขัดหมัอ เวลาเสียงดังอ่ะ  บางปลาม้ามีอดีตให้พูดถึงเยอะเล่าหลายวันไม่จบ  ไว้จะค่อยทะยอยมาเล่าให้ฟัง

           เอาเป็นว่าต่อมาเมื่อปู่ตูนตั้งนามสกุล"คงมาลัย"โดยนำชื่อทวดทั้งสองมารวมกันคือ นายค่ง กับ นางไล้ เป็น คงมาลัย

           แม่น้าเขยแท้ๆของ อ.นิดก็เป็นน้องสาวนายค่ง น้องชายของน้าเขย อ.นิดก็เป็นปู่ของตั๊ก  บงกช คงมาลัย ท่านเคยบอก อ.นิดไว้อย่างนั้น

           ตอนนี้ชาวบางปลาม้าก็ฮือฮาเตรียมต้อนรับตูนกันเต็มที่เช่นกัน มีปลาม้าจำลองยาบเท่ารถ
เทเลอร์ เอาไว้แห่ตูน  น่าปลื้ม

           คนทำอะไรดีๆเพื่อสังคมก็ว่ากันไป ยกย่องเชิดชูกันเป็นเรืองที่งดงาม น่าทำ
กาลเวลาเปลี่ยน สังขารเปลี่ยน  สถานที่เปลี่ยน ทุกสิ่งเปลี่ยนไป บางปลาม้า  วันนี้มีเพียงอดีต
ให้ทรงจำ ท่านใดที่อยากทราบเรื่องราวของบางปลาม้าต่อ เปิดดูคลิบ รายการ"พินิจนคร"
เมื่อหลายปีที่แล้ว ที่เล่าถึงเรื่องราวของบางปลาม้าไว้ดีมาก มีอ.นิดกับอ.นิ่มนวล พี่สาว
แจมด้วยนะ เปิดดูเลยนะคะ..ขอให้มีความสุขยามบ่ายๆทุกท่าน


                             อ.นิด
            บ่ายอาทิตย์ที่ ๒๖ พ.ย.๖๐

แตะเพื่อเปิดลิงก์เรื่องราว บางปลาม้า เพิ่มเติม

   https://youtu.be/ImI1ft3Q6Vg


     


อ.นิดเป็นคนบางปลาม้า โดยกำเนิด
  ครั้งนี้ถ้าไม่เขียนกลอนเพื่อคนสุพรรณบ้าง
  ก็ดูจะกระไรไปหน่อย
        ณ กาลนี้นักร้องเชื้อสายบางปลาม้าคน
   หนึ่งลุกขึ้นมาสร้างเกียรติประวัติดีๆเพื่อคน
   ไทยทั้งประเทศ ก็ควรจะได้ร่วมเชิดชูและ
   ชื่นชม...เขาละ.. ตูน บอดี้สแลม ..
        อาทิวราห์  คงมาลัย
   เขาประกาศเสมอว่าเขามิใช่...ฮีโร่

  ไม่ว่าคนจังหวัดไหนมีโอกาสทำดีเพื่อประเทศได้เหมือนๆกัน. ทุกคนคือคนไทยที่ต้องก้าวไปด้วยกัน ความสำเร็จจึงเกิดได้

                        ก้าวคนละก้าว

          แต่ละก้าวที่ย่างไปข้างหน้า
          คือศรัทธาแห่งหวังและตั้งมั่น
          คนละก้าวที่ต้องช่วยไปด้วยกัน
         เพื่อสร้างฝันให้เห็นให้เป็นจริง

          ทางที่ต้องก้าวไปยังไกลมาก
          ยังวิบากไม่น้อยตามรอยวิ่ง
          ตราบคนไข้ทุกข์ท้อรอพึ่งพิง
          เท้าก็ยิ่งเจ็บร้าวเมื่อก้าวไป

         เมื่อนักร้องก้าวนำทำเพื่อชาติ
         ไทยหรืออาจเฉยอยู่ทนดูได้
         ทุกทุกบาทที่เอื้อใช่เพื่อใคร
         หยาดน้ำใจทุกก้าวเพื่อชาวประชา

         ขอจงมีพลังสมหวังเถิด
         จิตบรรเจิดกับหนทางต่อข้างหน้า
         ใต้จรดเหนือเมื่อผ่านกาลเวลา
         นานหนักหนากว่าหมายถึงปลายทาง

         ช้างป่าต้นคนสุพรรณนั้นเก่งแกร่ง
         เลือดสู้แรงเต็มร้อยมิถอยห่าง
         ขอให้ก้าวทุกก้าวที่เท้าวาง
         เป็นก้าวย่างแห่งประวัติศรัทธาไทย

                                อ.นิด
              เพจเมื่อกลอนพาไปกับ อ.นิด
                   จันทร๋  ๒๗ พ.ย.๒๕๖๐


         



พบกันยามบ่ายวันจันทร์ที่ ๒๘ พ.ย.๒๕๖๐

ตามตูุน ไปเที่ยวสุพรรณฯ
คำขวัญ จังหวัด

   **   เมืองยุทธหัตถี วรรณคดีขึ้นชื่อ
เลื่องลือพระเครื่อง รุ่งเรืองเกษตรกรรม
สูงล้ำประวัติศาสตร์ แหล่งปราชญ์ศิลปิน ภาษาถิ่นชวนฟัง**

   ** สุพรรณฯเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ก่อนอยุธยา
จากหลักฐานที่ขุดค้นพบ สุพรรณ ฯมีอายุราว
๓๐๐๐-๔๐๐๐ปี

    **เดิมชื่อ ทวาราวดีศรีสุพรรณภูมิ หรือพันธุมบุรี    ต่อมาสมัยพระเจ้ากาแตได้ให้ข้าราชการบูรณะวัดลานมะขวิด(วัดป่าเลไลยก์)และทรง โปรดให้ข้าราชการบวช ในครั้งนั้นที่วัดนี้ถึง ๒๐๐๐องค์ เพื่อการฉลองวัด จึงทรงขนานนามเมืองใหม่ว่า "สองพันบุรี"

   **  ครึ้นถึงสมัยอู่ทองได้ย้ายเมืองใหม่ไปตั้งที่เมืองอู๋่ทอง จวบจนสมัยขุนหลวงพะงั่ว
ทรงขนานนามใหม่ว่า "สุพรรณบุรี" มาจนถึง
ปัจจุบัน (แปลว่า เมืองทอง)

   **ในสมัยโบราณเล่าลือกันว่า"ห้ามเจ้าไปสุพรรณ" ด้วยเหตุใดมิทราบได้ ต่อมาสมัยรัชกาลที่ ๕ ราวปี๒๔๔๗ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ขณะดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยทรงไม่เชื่อในคำเล่าลือนีัได้เสด็จไปตรวจราชการ
และค้นหาหลักฐานที่กระทำยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชของพม่า
(ดอนเจดีย์)จนเสร็จการจึงเสด็จกลับ
ก็มิมีอะไรเกิดขึ้น ต่อมาจึงทูลเชิญ รัชกาลที่๕
เสด็จสุพรรณด้วยในปีเดียวกัน จากนั้นก็ไม่มีการห้ามเจ้าไปสุพรรณอีกเลย กลับจะมีคำกล่าวใหม่ว่า"ไปสุพรรณสามวันรวย"

 จริงเท็จเชิญท่านไปพิสูจน์กันเอาเอง (อ.นิดไม่ได้รับรองนะจ๊ะ) แล้วจะมาเล่าให้ฟังต่ออีกนะ
หากชาติต้องการ

      พบกับตูน คนทำดีเพื่อประชาไทยได้ที่สุพรรณ ๔-๖ ธ.ค.นี้ทุกท่าน ..สวัสดียามเย็น
มีความสุข  มองกันในมุมดีชีวีเป็นสุข ตูนมิได้ทำเพื่อตัวเอง จึงควรค่าแก่การสรรเสริญ

      ขอให้แข็งแรงสุขภาพดีคับตูน  ขอเป็นกำลังใจให้นะคับ... มาด้วยกันไปด้วยกันเลือด
สุพรรณเอ๋ยยย.......อ.นิดค้าบบบ  บาย


บ่ายนี้ตามตูนไปสุพรรณกันต่อ

" ไปสุพรรณสามวันรวย "

          " ขาไปขี่ม้า ขามาขี่...จุดๆๆ (ต้นกล้วย) " ต่อกันไปต่างๆนาๆ ตอนเด็กได้ยินอย่างนั้น ทะลึ่งบ้าง ดีบ้าง ที่ว่ากันคล้องจองอย่างนั้น เดาว่า สุพรรณในอดีตเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำอุดมสมบูรณ์ ใครไปอยู่ก็ทำมาหากินร่ำรวยกลับไป โดยนัยที่เคยเป็นเมืองหลวงมาก่อนอยุธยา

           แต่น่าแปลกสุพรรณกลับเป็นเมืองปิดมายาวนานไม่มีถนนหนทางติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง มีถนนเข้ากรุงเทพเพียงสายเดียวคือถนน มาลัยแมน เมื่อครั้ง อ.นิดจบมัธยมต้น ก็เข้า กท.ด้วยถนนสายนี้ มีรถ บขส.สีส้มหน้าต่างไม้ ไม่มีพัดลม แอร์ ถนนยังเป็นลูกรังใช้ผ้าคลุมผมทุกคน สัมภารกโยนขึ้นหลังคา รถออกจากสุพรรณผ่านนครปฐม เพชรเกษมไปลงที่สถานี สามแยกไฟฉายเก่า ผม ขนคิ้วฝุ่นจับเหมือนฝรั่งหลงทิศ หายใจไม่ออกเกือบสิ้นชีวิต

        มายุคท่านบรรหารเป็นนักการเมือง ได้สร้าง สรรค์ถนนให้เชื่อมกับอ่างทองเข้า กท. จากนั้นก็มีสายลาดหลุุมแก้ว ต่อด้วยตลิ่งชัน-สุพรรณ ปัจจุบันมีสายกาญจนาภิเษก ทำให้สุพรรณเป็นเมืองเปิด เส้นทางติดต่อไปจรดเหนือ สะดวกในพริบตา ถนนหนทางเรียบ ทุกสาย บ้านเมือง สวยงามด้วย ต้นไม้กลางเกาะ ไฟฟ้าสว่างไสว

       มีสถานที่ท่องเที่ยวเกิดขึ้นมากมาย สวยงาม ไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมคนสุพรรณจึงเทิดทูนท่านบรรหารยิ่งนัก ไม่มีอะไรที่ท่านบรรหารทำไม่ได้ แม้กระทั่งประเพณีแห่รถเทียนพรรษาก็อลังการราวกับอยู่ภาคอีสาน ยังไงยังงึ้น สุพรรณไปมาสะดวกมากเพราะหนทางเปิดเชิ่อมกับจังหวัดรอบข้างหมดแล้ว

     สถานที่เที่ยวใหม่ที่อยากแนะนำ คือพระพุทธรูปสามมิติ แกะจากภูเขาทั้งลูก อยู่ อ.อู่ทอง ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว อลังการมาก เมื่อกลับบ้านก็จะแวะไปนมัสการบ่อยครั้ง

     สุพรรณบุรีเป็นเพียงเมืองน่าอยู่เมืองหนึ่ง ริมแม่น้ำท่าจีน แต่ละจังหวัดก็มีอะไรดีงามไม่ต่างกัน คนไทยทั้งประเทศทุกจังหวัด เรา..? เป็นบ้านพี่เมืองน้องกัน  ตูน บอดีีสแลม นักร้องคนหนึ่งลุกขึ้นมาทำ
สิ่งดีๆเพื่อคนไทยที่รอความหวังที่จะมีลมหายใจต่อ..ก็ใช่ว่าคนในทุกจังหวัดจะทำเช่นเดียวกันไม่ได้ ขอเพียงมีความเด็ดเดี่ยวที่จะทำ

     ขอเป็นกำลังใจให้ตูน คนทำดีเพื่อคนอื่น ขอให้ตูนทำสำเร็จในสิ่งที่ตั้งมั่นไว้ ก้าวคนละก้าว กับตูนที่สุพรรณบุรี ๔-๖ ธ.ค นี้ ไปเช้าเย็นกลับก็ได้นะจ๊ะ   คนบางปลาม้า ต้นกำเนิด ตระกูลคงมาลัย ยินดีต้อนรับทุกท่านที่ไปเยือนนะคะ

       พุธ  ๒๙ พ.ย.๖๐

พาเที่ยวสุพรรณ ในรุ่งอรุณนี้ด้วยบทกลอน
สายๆจะเล่าเรื่องเมืองสุพรรณให้ฟังต่อจ้ะ
ทำตัวมีสาระบ้าง เลิกอ้อนสักพัก คริๆๆๆ

คำขวัญ สุพรรณบุรี

เมืองยุทธหัตถี วรรณคดีขึ้นชื่อ เลื่องลือพระเครื่อง รุ่งเรืองเกษตรกรรม สูงล้ำประวัติศาสตร๋ แหล่งปราชญ์ศิลปิน ภาษาถิ่นชวนฟัง

     

     



















     

           

     บ้านฉัน...สุพรรณบุรี

     เที่ยวสุพรรณบ้านฉัน..กันดีไหม
     ถนนใหญ่ไฟฟ้าเรือง..เมืองบรรหาร
     ชมดอกไม้สวยเด่น..เห็นแลลาน
     ขึ้นสะพานทางข้าม...มากงามตา

     หอชมเมืองบรรหาร...ลานน้ำพุ
     วัดเก่ากรุเก่าประวัติ...ที่วัดป่า
     อีกพระเครื่องของขลัง...ดังลือชา
     ไปกินปลากินกุ้ง...ปรุงให้ลอง

     ศาลหลักเมืองเรื่องมังกร...กระฉ่อนชื่อ
     สามชุกลือร้อยปี....ไม่มีสอง
     ไปชมเมืองโบราณ...บ้านอู่ทอง
     เยี่ยมบ้านช่องร่วมวง..ไทยทรงดำ

     ทั้งไทยพวนไทยเวียง..เสียงภาษา
     ฟังพูดจาบ้านนอก..ออกขำขำ
     เสียงเหน่อเหน่อจริงใจ..อยู่ในคำ
     เสน่ห์ล้ำเอกลักษณ์...เมื่อทักทาย

     ชมทิวทุ่งสีเหลืองที่เมืองข้าว
     ท่าจีนยาวแม่น้ำ..งามสุดสาย
     เรียนทำนาพาสนาน...ที่บ้านควาย
     แล้วผ่อนคลายบึงฉวาก..หลายหลากมี

     ชมพันธุ์พืชพันธุ์ปลา..ที่หายาก
     ทั้งของฝากลือชา...ต้องสาลี่
     หรือกินแห้วศรีประจันต์..กันอีกที
     ดอนเจดีย์ควรรู้...เชิดชูไทย

     พระพุทธรูปแกะยาก...จากภูเขา
     สลักเสลาคู่คง...องค์ใหญ่ใหญ่
     เมืองอู่ทองประจงทำ...ล้ำวิไล
     เที่ยววัดไผ่โรงวัว..ให้ทั่วกัน

     ไปท่องแดนศิลปิน...ถิ่นบรรหาร
      เชิญเยี่ยมบ้านนักกลอน...ไปนอนฝัน
      ให้กลอนพาอารมณ์...ชมสุพรรณเ
      ที่บ้านฉันสักนิด ...อย่าคิดนาน

      เขียนกลอนเกริ่นมามาก..ไม่อยากจบ
      ยังไม่ครบถึงเครื่อง...เมืองบรรหาร
      ไปชมเองเกรงจะเล่า...ไม่เท่าการณ์
      ให้ทั่วย่าน  "บ้านฉันสุพรรณบุรี"

   
                   นิสรา  โรจน๋วิวัฒน์
             เพจ เมื่อกลอนพาไปกับ อ.นิด
   .              วันพุธที่ ๒๙ พ.ย ๒๕๖๐


พบกันยามบ่าย
วันพฤหัสที่ ๓๐ พ.ย.๒๕๖๐

      เพื่อนเพจและเพื่อนเฟสหลายท่าน
ขอให้เขียนถึงตูน เพื่อให้กำลังใจเขา
ฐานะที่ ตูนทำเพื่อหาเงินบริจาคมอบให้
โรงพยาบาล ๑๑ แห่งทั่วประเทศ
เมื่อนักร้องคนหนึ่งกล้าก้าวออกมาทำสิ่งดีๆ
ไฉน" เพจเมื่อกลอนพาไปกับ อ.นิด"
จะไม่จัดให้ ...เราคนไทยทั้งประเทศเป็น
กำลังใจให้กับ   ตูน บอดี้สแลม
มาด้วยกันไปด้วยกัน...เลือดสุพรรณเอ๋ย....

     ทุกคนสามารถลุกขึ้นมาทำสิ่งดีๆได้เช่นเดียวกับตูน ขอเพียงมีความตั้งใจและตั้งมั่น



        


      เธอ....ผู้ให้ 
      ตูน..อาทิวราห์  คงมาลัย

  เธอผู้กล้ามาดับทุกข์ในยุคนี้
  เธอทำดีทำจริงสิ่งที่เห็น
  ด้วยสองขาฝ่าขวากอันยากเย็น
  มิซ่อนเร้นฝืนแฝงหรือแสร้งดี

  เธอเป็นเพียงนักร้องที่ก้องชื่อ
  มุ่งยึดถือคุณธรรมล้ำหน้าที่
  ทุกหยดเหงื่อเพื่อชาติเธอหยาดพลี
  ทุกก้าวมีค่าล้ำเมื่อทำไป

  ทีละก้าวละก้าวเมื่อเท้าย่าง
  จากต้นทางวิบากถิ่นภาคใต้
  เธอก็พ้นภัยแดนมาแสนไกล
  กำลังใจน้องพี่มีให้มา

 เหงื่อที่หยาดเพื่อสุขแลกทุกบาท
 ยังมิอาจราโรยหรือโหยหา
 ความท้อถอยบีบคั้นสุดพรรณนา
 ต้องก้าวไปข้างหน้าอย่างท้าทาย

  ขอเป็นผู้อยู่หลังพลังหนึ่ง
 ให้ก้าวถึงปลายสุดของจุดหมาย
 เลือดสุพรรณวันนี้ฤามีกลาย
 แห้งเหือดหายต่างกันกับบรรพชน

  มาด้วยกันไปด้วยกันมุ่งมั่นต่อ
  ทุกก้าวขอให้แกร่งทุกแห่งหน
  ด้วยคำพรผองไทยส่งใจดล
  ให้ผ่านพ้นเจ็บร้าว..ทุกก้าวไป

                         อ.นิด
        เพจเมื่อกลอนพาไป กับ อ.นิด
          ณ โรงแรมมาริออท ระยอง

       แตะเพื่อเปิดลิ้งก์เพลง เลือดสุพรรณ
    https://youtu.be/izHQyDSa67U


ศูนย์ข่าวท้องถิ่นออนไลน์  รายงาน
เรวัติ  น้อยวิจิตร  Hub Admin rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445