วันพุธที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

อบจ.สระบุรี มอบ 67 ล้านบาท ให้โรงพยาบาลศูนย์สระบุรี ซื้ออุปกรณ์ครุภัณฑ์ทางการแพทย์



             ในวันนี้ 1 พฤศจิกายน 2560 นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธาน รับ-ส่ง เงินโครงการศักยภาพศูนย์โรคหัวใจและมอบเครื่องมือแพทย์และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ มีนายแพทย์ อนันต์ กมลเนตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์สระบุรี เป็นผู้รับมอบ อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ณ ห้องประชุมพลอากาศเอก เกษตร คุณวันทนา โรจนนิล ณ อาคารสงฆ์อาพาธ มี พล.ต.ต.ชัยรัตน์  ทิพยจันทร์  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี นายแพทย์นพพร พงษ์ปลื้มปิติชัย นายแพทย์สาธารณสุขสระบุรีนายเฉลิม  วงษ์ไพร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี ดร.ภาณุพงศ์  ทิพยเศวต นายกเทศมนตรีเมืองสระบุรีหน่วยงาน องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี สาธารณะสุขจังหวัดสระบุรี สมาชิกสภาจังหวัดเขตเมือง ผู้เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน ร่วมในงานมอบเครื่องมือแพทย์และครุภัณฑ์ทางการแพทย์

         





             ในปี2555โรงพยาบาลศูนย์สระบุรีได้รับงบประมาณอาคารศูนย์บริการโรคหัวใจและโรคมะเร็งพร้อมวินิจฉัยรักษาโรค7ขั้นตอนเพื่อขีดความสามารถให้บริการประชาชนซึ่งอาคารดังกล่าวประกอบไปด้วย ศูนย์x-Ray Ct-scan mri Mammograms DSI  ศูนย์ไตเทียม ศูนย์ส่องกล้อง ห้องพยาธิวิทยาคลีนิก ห้องพยาธิวิทยากายวิภาค ห้องคลอด ห้องผ่าตัด 17 ห้อง ศูนย์โรคหัวใจ  ห้องผ่าตัดหัวใจ ห้องสวนโรคหัวใจ หอพักผู้ป่วยอีก 32 เตียงหลังจากสร้างเสร็จและเปิดให้บริการได้ปลายปี2561







            โรงพยาบาลศูนย์สระบุรีมีความพร้อมทั้งบุคลากร แพทย์ชำนาญงาน แพทย์เฉพาะทาง พร้อมแล้วที่จะปฏิบัติหน้าที่แต่ยังขาดครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นที่จะเปิดให้บริการประชาชนทำให้ขาดความพร้อมที่จะให้บริการผู้ป่วยถ้าสามารถเปิดบริการประชาชนและผู้ป่วยได้ตามกำหนดของตัวอาคารแล้วเสร็จจะทำให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสระบุรีและจังหวัดใกล้เคียงได้การรับรักษาได้ทันท่วงทีจากโรงพยาบาลศูนย์สระบุรีและบริการที่ทันสมัยรวดเร็วขึ้นเพื่อลดระยะในการรักษาได้อีกด้วยทำให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสระบุรีและใกล้เคียงมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยในวันนี้จึงได้รับการสนับสนุนจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี เพื่อสนับสนุนโครงการศักยภาพศูนย์โรคหัวใจโรงพยาบาลศูนย์สระบุรี เป็นเงิน  67,675,000  บาทเพื่อเพื่อสนับสนุนโครงการดังกล่าวอีกด้วย









(คนธรรมดา  ม้าตัวเดียว)   บรรณาธิการข่าว        
เรวัติ  น้อยวิจิตร  Hub Admin rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445

โปรดเกล้าฯ กระทรวงการต่างประเทศ อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานถวายพระสงฆ์ ณ วัดเขาแก้ววรวิหาร



            รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานถวายพระสงฆ์ที่จำพรรษาครบไตรมาส  ณ วัดเขาแก้ววรวิหาร ต.ต้นตาล อ.เสาไห้ จ.สระบุรี
         




            วันนี้(1 พ.ย.2560) เวลา 10.00 น.สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้รับพระราชทานผ้าพระกฐินพระราชทานเพื่อถวายแด่พระสงฆ์ที่จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดเขาแก้ววรวิหาร ตำบลต้นตาล อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี โดยมีนายดอน   ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน ถวายแด่พระสงฆ์ มี นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี และนายเกียรติศักดิ์  ตรงศิริ  รองผู้ว่าฯ ดร.ชรัส  บุญณสะ รองผู้ว่าฯ นายสิงหราช  วงษ์เสงี่ยม นายอำเภอเสาไห้และคณะข้าราชการ ประชาชน ในจังหวัดสระบุรี ร่วมโดยเสด็จพระราชกุศลในการถวายผ้าพระกฐินในครั้งนี้ ซึ่งมีผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคทรัพย์ เพื่อเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาโดยเสด็จพระราชกุศลในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานรวมเป็นเงินทั้งสิ้น รวม 1,251,200 บาท
       




          วัดเขาแก้ววรวิหาร เป็น พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ที่ 1 ตำบลต้นตาล อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี พื้นที่โดยทั่วไปของพระอาราม เป็นเนินเขาเตี้ยๆ โอบล้อมด้วยผืนนาอันเป็นแหล่งปลูกข้าว "เสาไห้” ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งบริเวณภาคกลางของประเทศไทย






         ประวัติความเป็นมาการสร้างสันนิษฐานว่า แต่เดิมวัดเขาแก้วเป็นพระอารามที่สร้างขึ้นตั้งแต่ครั้งรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมแห่งกรุงศรีอยุธยาเมื่อราวปี พ.ศ.2171 ด้วยตั้งอยู่บนเส้นทางเสด็จฯพระราชดำเนินไปนมัสการรอยพระพุทธบาท
       




         ครั้นต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะเสด็จฯพระราชดำเนินไปนมัสการรอยพระพุทธบาทและพระพุทธฉาย ทรงหยุดพักพระราชอิริยาบถ ณ พลับพลา บริเวณท่าหินลาดหน้าพระอาราม ทอดพระเนตรเห็นพระอาราม ชำรุด ทรุดโทรมและตั้งอยู่ในชัยภูมิเนินเขาเตี้ยๆที่งดงามแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ เหมาะสำหรับเป็นที่ปฏิบัติสมณธรรม ทรงมีพระราชศรัทธาที่จะบูรณปฏิสังขรณ์ โปรดฯให้เจ้าพระยานิกรบดินทร์(โต กัลยาณมิตร) เป็นแม่กอง ทำการบูรณปฏิสังขรณ์และสร้างเสนาสนะขึ้นมาใหม่ มีการขยายขนาดพระอุโบสถให้ใหญ่ขึ้นก่อกำแพงแก้วล้อมรอบรวมทั้งบูรณะพระเจดีย์ และสร้างพระวิหารจัตุรมุขยอดปรางค์ขึ้นใหม่ กับทั้งสร้างกฏิสงฆ์ด้านทิศเหนือของพระเจดีย์ เมื่อการแล้วเสร็จได้ทรงสถาปนาวัดเขาแก้วเป็นพระอารามหลวง พระราชทานนามว่า วัดศรีรัตนาราม
         



           ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการจัดระเบียบคณะสงฆ์ทั่วพระราชอาณาจักร ในปีพ.ศ. 2456 สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้เสด็จตรวจคณะสงฆ์ในพื้นที่เมืองสระบุรี ทอดพระเนตรป้ายวัดหน้าท่าหินลาด รับสั่งว่าเป็นภาษามคธ จึงให้ทรงเรียกเป็นคำไทยว่า วัดเขาแก้ว เป็นชื่อนามพระอารามตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา วัดเขาแก้ววรวิหาร ปัจจุบันมี พระวิสุทธิโสภณ เป็นเจ้าอาวาส และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอเสาไห้





(คนธรรมดา  ม้าตัวเดียว)  บรรณาธิการข่าว        
เรวัติ  น้อยวิจิตร  Hub Admin rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445

บริษัท หลักทรัพย์เคจีไอ มอบจักรยานตามโครงการ " เคจีไอ สานฝันน้อง ปั่นจักรยานไปโรงเรียน ปีที่ 3 "



             นายจักรพรรดิ์  จิตมณี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 1  รับมอบจักรยาน จำนวน150 คัน จาก นายสมชาย กาญจนเพชรรัตน์ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท หลักทรัพย์เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ณ โรงเรียนวัดวังกุ่ม อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อมอบให้กับโรงเรียนในกลุ่มโพธิ์พระยาเมืองสุพรรณบุรี จำนวน 9 โรงเรียน  ได้แก่โรงเรียนวัดวังกุ่ม โรงเรียนวัดลาดตาล โรงเรียนวัดพร้าว โรงเรียนวัดพิหารแดง โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ โรงเรียนวัดวรจันทร์ โรงเรียนบ้านดอนโพ โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 4 และ โรงเรียนวัดดอนเจดีย์ราษฏร์บูรณะ

     







                นายสมชาย กาญจนเพชรรัตน์ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท KGI กล่าวว่า บริษัทได้จัดกิจกรรมโครงการสานฝันปั่นจักรยานไปโรงเรียนต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ส่งน้ำใจให้นักเรียนในพื้นที่ห่างไกล ด้วยการมอบจักรยาน จำนวน 1,150 คันทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักเรียนในพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีฐานะยากจน บ้านอยู่ไกลจากโรงเรียน เป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับนักเรียนที่ขาดแคลนและด้อยโอกาส









             โดยปี 2560 บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมโครงการสานฝันปั่นจักรยานไปโรงเรียนเป็นปีที่ 3 โดยมอบให้เด็กนักเรียนอายุระหว่าง 8 – 15 ปี คัดเลือกนักเรียนจากโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลและขาดแคลนโอกาส โดยต้องได้รับการคัดเลือกจากคุณครูในแต่ละโรงเรียน นักเรียนที่ได้รับจักรยานต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสม ในปีนี้บริษัทฯ ได้มอบจักรยานจำนวนทั้งสิ้น 1,150 คัน โดยมอบให้ 9 จังหวัดตามสาขาทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดสุพรรณบุรี, จังหวัดนครปฐม, จังหวัดเพชรบุรี, จังหวัดสมุทรสาคร, จังหวัดนครราชสีมา, จังหวัดอุดรธานี, จังหวัดสงขลา, จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย









เกรียงไกร  ก่อเกียรติตระกูล  บรรณาธิการข่าว        
เรวัติ  น้อยวิจิตร  Hub Admin rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445

นายประสงค์ ประไพตระกูล เป็นประธานเปิดงานวันยุวเกษตรกรโลก ประจำปี 2560


           เกษตรจัดงาน "วันยุวเกษตรกรโลก" ความภาคภูมิใจยุวเกษตรกรไทยก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 พร้อมกับประเทศสมาชิกที่มีการดำเนินงานยุวเกษตรกร(4-H)  ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี

 



           นายประสงค์  ประไพตระกูล  รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร  เป็นประธานเปิดงานวันยุวเกษตรกรโลกประจำปี 2560   ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี  ภายใต้แนวคิด"ความภูมิใจยุวเกษตรกรไทย ก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0" พร้อมกล่าวว่า  จากการที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมการประชุม The 1st Global  4-H Network  Summit  2014  ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งได้มีการลงนามร่วมกับผู้แทนภูมิภาคต่างๆรองรับบทบาทเครือข่ายยุวเกษตรกรโลก และ ประกาศปฏิญญากรุงโซเพื่อการขับเคลื่อนงาน 4-H ร่วมกันเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 มีผลทำให้วันที่ 1 พฤศจิกายน ของทุกปีถือเป็น “วันยุวเกษตรกรโลก Global  4-H Day” 


 



              ดังนั้นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของยุวเกษตรกรและมีส่วนร่วมในการเฉลิมฉลองวันยุวเกษตรกรโลกพร้อมกับประเทศสมาชิกที่มีการดำเนินงานยุวเกษตรกรทั่วโลกและเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของประเทศไทย ในยุคก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 กรมส่งเสริมการ การเกษตรจึงได้จัดงานดังกล่าวขึ้น  มุ่งหวังในการเสริมสร้างทัศนคติของยุวเกษตรกรให้ภูมิใจในคุณค่าของการเกษตร ยอมรับอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีความสำคัญต่อการดำรงชีพและเศรษฐกิจของประเทศ  ก้าวทัน ความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  มีทักษะอาชีพเกษตร  ทักษะการดำเนินชีวิตในสังคม  โดยเน้นวิธีการเรียนรู้จากประสบการณ์และการปฏิบัติจริง  มีความพร้อมในการสืบทอดอาชีพการเกษตรและเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศต่อไป

 





              ทั้งนี้  กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการปาฐกถาพิเศษ  กิจกรรมการประกวดเรียงความ  กิจกรรมประกวดเพ้นท์สีลงบนภาพตราสัญลักษณ์วันยุวเกษตรกรโลก   การประกวดภาพถ่ายกิจกรรมยุวเกษตรกรและกิจกรรมสถานีเรียนรู้วิทยาศาสตร์เกษตรและนิทรรศการ จากภาคีเครือข่ายต่างๆ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วย ยุวเกษตรกร ที่ปรึกษายุวเกษตรกร เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรและผู้เกี่ยวข้องรวมจำนวนทั้งสิ้น 250 คน   




 




เกรียงไกร  ก่อเกียรติตระกูล  บรรณาธิการข่าว        
เรวัติ  น้อยวิจิตร  Hub Admin rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445