วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2559

นายพิภพ บุญธรรม เป็นประธานการแถลงข่าว 4 เทศกาล มหัศจรรย์สุพรรณบุรี




                เปิดตัว 4 เทศกาล มหัศจรรย์สุพรรณบุรี ถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช





          นายพิภพ บุญธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานการแถลงข่าว 4 เทศกาล มหัศจรรย์สุพรรณบุรี ถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช   ณ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก อำเภอเมืองสุพรรณบุรี  พร้อมกล่าวถึงภาพรวมการจัดงาน ว่า จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท. สำนักงานท่องเที่ยวสุพรรณบุรี ส่วนราชการ และภาคเอกชน จัดงานถวายราชสักการะแสดงความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ซึ่งเป็นเทศกาลท่องเที่ยวต้อนรับลมหนาว เพื่อผลักดันให้จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่  กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโดยให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดงานร่วมทั้งการสร้างรายได้ของท้องถิ่น




              โดยเริ่มจาก  งานเทศกาลกินปลา กินเห็ด อาหารรสเด็ดอำเภอด่านช้าง ครั้งที่ 13 ย้อนรอยเสด็จอำเภอด่านช้าง โดยงานจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 2 – 5 ธันวาคม 2559 ณ ลานอเนกประสงค์ที่ว่าการอำเภอด่านช้าง



              งานที่ 2 ได้แก่งานย้อนวันวานเมืองสุพรรณ ของอำเภอเดิมบางนางบวช ครั้งที่ 13 ในระหว่างวันที่ 3 – 5 ธันวาคม 2559 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเดิมบางนางบวช กิจกรรมภายในงาน จัดให้มีการแสดงแสง สี เสียง ตำนานเสือร้ายเมืองสุพรรณ



               งานที่ 3 ได้แก่ งานเดินวิ่ง มหัศจรรย์ สุพรรณบุรี เขื่อนกระเสียว มินิ – ฮาล์ฟมาราธอน 2016 หลอมรวมใจ น้อมแสดงความอาลัยถวายแด่ ในหลวง โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 11 ธันวาคม 2559 ณ โรงพยาบาลด่านช้าง


                และงานสุดท้าย เป็นงาน “ อู่ทองอู่อารยธรรมสุวรรณภูมิ “ ครั้งที่ 7 เบิกฟ้า ทวารวดี ที่อู่ทอง ประจำปี 2559 ในระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2559 – วันที่ 4 มกราคม 2560 ณ หมู่บ้านอู่ทอง อู่อารยธรรมสุวรรณภูมิ และพุทธมณฑลประจำจังหวัดสุพรรณบุรี กิจกรรมภายในงาน มีพิธีเปิดพระพักตร์ พระพุทธปุษยคีรีสุวรรณภูมิ ชมนิทรรศการกลุ่มทวารวดี กลุ่มที่ 5 ชาติพันธุ์ ชมนิทรรศการท่องเที่ยวเมืองโบราณอู่ทอง 5 ขุนเขา 1 ศาลเจ้าพ่อพระยาจักร ชมการแสดงแสง สี เสียง อู่ทอง อู่อารยธรรมสุวรรณภูมิ และกิจกรรม สวดมนต์ข้ามปี ทวารวดี ที่อู่ทอง ณ ถ้ำเขาบิน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี





              โดยการจัดงาน 4  เทศกาลมหัศจรรย์สุพรรณบุรี ดังกล่าวนอกจาก เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ไทย  แล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดอนุรักษ์ธรรมชาติ การส่งเสริมการแสดงทางศิลปวัฒธรรมและการศึกษาวิถีชีวิตของชาวสุพรรณบุรี  ตลอดจนเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพตามนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรี




 


ศูนย์ข่าวท้องถิ่นออนไลน์ รายงาน
เรวัติ น้อยวิจิตร Hub Admin ศูนย์ข่าวท้องถิ่นออนไลน์ 081-9107445

วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559

เปิดแล้ว !! ร้านพิซซ่าไทย สาขาเทสโก้โลตัส สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี




              หนังสือพิมพ์พลังชน ศูนย์ข่าวจังหวัดสุพรรณบุรี  แนะนำ ร้านพิซซ่าไทย สาขา เทสโก้โลตัส สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี  บริหารงานโดย  คุณต้นสรวง สวยค้าข้าว  หรือ คุณสรวง  โทร 089-0054511   เปิดร้านใหม่   Grand Opening  ในวันเสาร์ ที่ 3 ธันวาคม 2559 เวลา 08.00 น. ก็เชิญชวน ลูกค้า พิซซ่าไทย ในพื้นที่ สองพี่น้อง และ พื้นที่ใกล้เคียง  ร่วม ฉลองเปิดร้านใหม่ กันได้ กับ 11 หน้าอร่อย ได้แก่ ฮาวายเอี้ยน  ต้มยำกุ้ง  กุ้งสไปซี่  ปูอัดไอซ์แลนด์  ซีฟู๊ด  ใส้กรอกเวียนนา  สโมกกี่เบค่อน  แฮมชีท  ทูน่าเลิฟเวอร์  ผักโขมชีท  มิกสเปเชียล



แฟรนไชส์พิซซ่าไทย พิซซ่าราคาเบา ๆ รสชาติโดนใจ 



         นับเป็นแฟรนไชน์เด่น มาแรงและน่าลงทุนไม่น้อยสำหรับ แฟรนไชส์พิซซ่าไทย พิซซ่าราคาเบา ๆ รสชาติโดนใจ ของ “คุณลัดดา สุวรรณชาต” ที่ไม่ได้โด่งดังเพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น
         แต่ปัจจุบันแฟรนไชส์พิซซ่าไทยกำลังขยายสาขาไปยังต่างประเทศอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นธุรกิจแฟรนไชส์มาแรง รายได้ดีและน่าลงทุนมากที่สุด ที่ในนาทีนี้ใครก็ฉุดไม่อยู่จริง ๆ


          คุณลัดดา สุวรรณชาต เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์พิซซ่าไทยซึ่งเป็นแฟรนไชส์พิซซ่าเจ้าแรก เล่าว่า ด้วยตนเองนั้นมีพื้นฐานในด้านการทำอาหารมาก่อนเพราะเรียนจบด้านอาหารและโภชนามาโดยตรง ทำให้มีความรักในด้านนี้เป็นทุนเดิม เมื่อมีความตั้งใจที่จะทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร ตนจึงมีความเชี่ยวชาญและมีความพร้อมมากที่สุด
          คุณลัดดายังเล่าให้ฟังถึงที่มาของแฟรนไชส์พิซซ่าไทยว่า “ในจังหวะที่กำลังนั่งรับประทานพิซซ่าแบรนด์ดังอยู่ ก็เกิดแนวความคิดพิซซ่าราคาขนาดนี้ คงยังมีอีกหลายคนที่อยากเป็นลูกค้าแต่ไม่มีกำลังทรัพย์ ถ้าตนสามารถทำพิซซ่าอร่อยๆ แต่ขายในราคาถูกลงมาน่าจะขายดี ว่าแล้วก็ลองใช้พื้นฐานของตนเองทดลองทำพิซซ่าอย่างง่ายๆ ออกมาขายที่ตลาดนัด ใน 1 ชม. ขายได้มากถึง 50 แผ่น ตรงนั้นเองที่จุดประกายว่าอาชีพนี้ไปได้แน่นอน”


         “สิ่งที่ทำให้เรามั่นใจในธุรกิจก็คือการไม่หยุดพัฒนาสินค้าอย่างหน้าพิซซ่าเราก็มีให้เลือกหลายสิบหน้า ที่เป็นเอกลักษณ์ของเราคือหน้าต้มยำกุ้ง หน้าเบคอน แฮมชีสก็ขายดี ส่วนรสชาติอื่น ๆ ที่อร่อยไม่แพ้กัน ได้แก่ ซีฟู้ด ผักโขมชีส กุ้งสไปซี่ ไส้กรอรเวียนนา ฮาวายเอี้ยน ปูอัดไอสแลนด์ ฯลฯ
           “สิ่งที่สำคัญที่สุดนอกจากการสร้างสรรค์หน้าพิซซ่าให้เลือกมากมายแล้ว หัวใจที่ทำให้พิซซ่าไทยของเราประสบความสำเร็จคือสูตรแป้งที่เราพัฒนาเองซึ่งแม้จะทึ้งไว้จนเย็นแล้วแป้งก็ยังนุ่มอยู่ลูกค้าทั่วไปบอกว่าอร่อยไม่แพ้แบรนด์ดัง”

แป้งสดใหม่ทุกวัน จากโรงงาน กรุงเทพฯ ส่งตรงถึงร้านค้าใน เครือทั่วประเทศ
          นอกจากคุณภาพและมาตรฐานของพิซซ่าไทยจะได้รับการยอมรับจากลูกค้าแล้ว แฟรนไชส์พิซซ่าไทยยังได้รับคัดเลือกจาก ช้อนทอง ชวนทาน ให้เป็นพิซซ่าเจ้าเดียวที่ได้รับประกาศนียบัตรแห่งความอร่อยอีกด้วย
           ในส่วนของราคาพิซซ่านั้น เพราะคุณลัดดาเล็งเห็นแล้วว่าราคาที่สูงเกินไปอาจทำให้หลายคนไม่มีความสามารถในการซื้อหารับประทาน ดังนั้นพิซซ่าของคุณลัดดาจึงมีราคาไม่เกิน 100 บาท โดยแบ่งเป็นถาดเล็กราคา 49 บาท ถาดกลางราคา 59 บาทและถาดพิเศษแป้งหนานุ่มขึ้นราคา 89 บาทเท่านั้น

           จากจุดเริ่มต้นของแนวความคิดนั้น ส่งผลให้คุณลัดดาใช้เวลากว่า 5 ปี ปั้นแบรนด์พิซซ่าไทยจนประสบความสำเร็จและติดตลาดเป็นที่นิยม จนถึงวันนี้กว่า 11 ปีแล้ว โดยในปัจจุบันแฟรนไชส์พิซซ่าไทยมีสาขามากกว่า 500 สาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังเปิดสาขาในต่างประเทศเพื่อเข้าสู่ตลาด AEC (Pizza Thai International Branch) ได้แก่ Myanmar Yangon – Pearl Condominium, Tower C, G1-03, Bahan Township, เมืองเวียงจันทน์  ประเทศลาว, สะหวันนะเขต ประเทศลาว, ปากแซ ประเทศลาว, Cambodia และ Johannesburg (South Africa)
             สำหรับการลงทุนแฟรนไชส์พิซซ่าไทยนั้น ผู้ที่สนใจสามารถเริ่มต้นลงทุนได้ที่ 35,000 บาท จะได้อุปกรณ์ครบชุดและสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการสอนทำหน้าพิซซ่า (ใช้เวลาอบรม 5-6 ชั่วโมง) ได้รับเตาอบพิซซ่าไฟฟ้า Otto/House Work หัวขดลวดพัดลม หม้อสแตนเลส มีดตัดพิซซ่า ผ้าปูโต๊ะไวนิลตามรูปแบบพิซซ่าไทย ป้ายเมนูธงญี่ปุ่น ฯลฯ นอกจากนี้ยังแถมถาดรองแต่งหน้าพิซซ่า ขนาด 13x18 นิ้ว แป้งพิซซ่าพร้อมกล่องสำหรับเริ่มต้นธุรกิจ ขนาด 7 นิ้ว 100 ถาด ของสด(หน้าท๊อปปิ้ง) 1ชุด สำหรับพิซซ่า 100 ถาดและของแห้ง+ซอส 1 ชุด สำหรับพิซซ่า 100 ถาด


            “เมื่อตัดสินใจลงทุนกับเราแล้ว ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะขาดทุน ซึ่งหากคำนวณการขายพิซซ่าต่อวันแล้วรับประกันว่าคืนทุนเร็วและใช้ระยะเวลาเพียงไม่นานก็สามารถทำกำไรได้อย่างสบาย ๆ “





            น้าปั๊ก  นพพร น้อยวิจิตร  เจ้าของร้านพิซซ่าไทย สาขาสุพรรณภูมิ  จ.สุพรรณบุรี  รับหน้าที่ เป็นครูสอน การแต่งหน้าพิซซ่าไทย  โดย  คุณสรวง เจ้าของ ร้านพิซซ่าไทย สาขาเทสโก้โลตัส สองพี่น้อง ไม่ต้องเดินทางไกล ไปเรียน ถึง สำนักงานใหญ่ ที่ กรุงเทพฯ ซึ่ง คุณลัดดา สุวรรณชาต การันตี ความอร่อย มาให้ แบบ  ไม่แพ้กัน !!









             เรวัติ  น้อยวิจิตร นสพ.พลังชน  ศูนย์ข่าวจังหวัดสุพรรณบุรี  โทร 081-9107445

นายวรภพ ฉิมพันธุ์ ปลาบปลื้มเคยได้รับพระราชทานถุงเงินถุงทอง




             นายวรภพ  ฉิมพันธุ์  กรรมการผู้จัดการบริษัท ธนสินสมบูรณ์ จำกัด (โรงสีข้าวธนสินสมบูรณ์) อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อครั้งเสด็จมาเก็บเกี่ยวข้าว ณ.บึงไผ่แขก ต.ดอนโพธิ์ทอง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรีเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2537 และตนยังได้รับพระราชทาน ถุงข้าวเมล็ดพันธ์หอมมะลิ105(ถุงเงินถุงทอง) พันธุ์ข้าวมงคลพระราชทาน ซึ่งถือว่าเป็นมงคลแก่ชีวิตและครอบครัวอย่างหาที่สุดไม่ได้




                โดยปัจจุบันยังเก็บถุงเงินถุงทองบูชาไว้เป็นอย่างดี ตนและครอบครัวมีความสุขและปราบปลื้มใจเหมือนประชาชนคนไทยทุกคนกับข่าว มหามงคลที่ประเทศไทยมีพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ใหม่ รัชกาลที่ 10 พระองค์ทรงเป็นร่มโพธิ์ทองที่ปกป้องคุ้มครองพร้อมเป็นศูนย์จิตใจคนไทยเป็นหนึ่ง ประชาชนชาวไทยจะมีความมั่งคงยั่งยืนบนแผ่นดินไทยแผ่นดินทองสืบไป






ศูนย์ข่าวท้องถิ่นออนไลน์ รายงาน
เรวัติ น้อยวิจิตร Hub Admin ศูนย์ข่าวท้องถิ่นออนไลน์ 081-9107445

สชวท.ประชุมคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์รุ่นบุกเบิกนัดสุดท้าย



           ที่ประชุมอนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่ง สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ สชวท.นัดสุดท้ายฝากแนวทางการ ประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในเชิงรุก




             นายกฤษณ์ธวัช นพนาคีพงษ์ ประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการ สชวท.นัดสุดท้าย เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน นี้ ที่ห้องประชุมกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยที่ประชุมเตรียมสรุปผลการดำเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์ สชวท.ในรอบ 2 ปี ที่ผ่านมา รวมทั้งปัญหา อุปสรรค พร้อมเสนอแนวทางและความสำคัญของ การประชาสัมพันธ์ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการ แห่ง สชวท.ชุดใหม่ พิจารณาดำเนินการเชิงรุก อาทิ ตั้งคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ สชวท. ชุดต่อไป โดยกำหนดอำนาจหน้าที่ที่เอื้อต่อการทำงานที่รวดเร็วขึ้น จัดทำยุทธศาสตร์การประชาสัมพันธ์ เพื่อให้มีแผนงานโครงการ งบประมาณ และกิจกรรมชัดเจน มีการประชาสัมพันธ์เจาะกลุ่มเป้าหมายโดยตรง




                ประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ สชวท. กล่าวว่า สชวท.มีหน้าที่ส่งเสริมและ ควบคุมการประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีข้อบังคับให้ผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้องต้องมี ใบอนุญาตจาก สชวท. หากการประชาสัมพันธ์เข้าไม่ถึงกลุ่มเป้าหมาย และมีผู้ฝ่าฝืน อาจเกิดความหายกับสังคมได้



                ทั้งนี้ ประธานฯ ยังได้กล่าวขอบคุณ อนุกรรมการทุกคน ที่ช่วยกันทำงานจนสามารถ สร้างการรับรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานของ สชวท. ได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะการสร้างความตระหนักเรื่อง การมีใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ชุดนี้ถือเป็นรุ่นนำร่องของ สชวท.และจะหมดวาระ เดือนธันวาคม 2559






จำนงค์ ศรัณยพิพัฒน์ อนุกรรมการประชาสัมพันธ์ สชวท.
เรวัติ น้อยวิจิตร Hub Admin ศูนย์ข่าวท้องถิ่นออนไลน์ 081-9107445

สระบุรี จัดกิจกรรมโครงการประชารัฐทำความสะอาดลำน้ำคลองเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทย




                จังหวัดสระบุรี จัดกิจกรรมโครงการประชารัฐทำความสะอาดลำน้ำคลองเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทยและถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลเดช  
         


                     เมื่อ (30 พ.ย.59 ) นายสุชน  ภัยธิราช  ปลัดจังหวัดสระบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมโครงการประชารัฐเพื่อทำความสะอาดลำน้ำคลอง 26 หนองแค  มีกำลังพล  ทหาร ตำรวจ ภาคเอกชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านประชาชน นักเรียนนักศึกษา ประมาณ  300 คน  เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ช่วยดูแลรักษาแม่น้ำลำคลองและแก้ไขปัญหาวัชพืชในลำคลองและยังเป็นการร่วมกันทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลเดช   5 ธันวาคม 2559
               


                   ทั้งนี้จังหวัดสระบุรีไดร่วมกับอำเภอหนองแคดำเนินโครงการประชารัฐขุดลอกผักตบชวาในคลอง 26 อำเภอหนองแค ซึ่งมีผักตบชวาขึ้นอย่างหนาแน่นเป็นระยะทางกว่า 7 กิโลเมตร ซึ่งทางอำเภอหนองแคได้ระดมเจ้าหน้าที่ทั้งจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กำลังพลทหาร จากมณฑลทหารบกที่ 18 และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี ได้ดำเนินการไปแล้วประมาณ 4 กิโลเมตร แต่ปรากฏว่าน้ำในลำคลองยังมีวัชพืชประเภทอื่นหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ได้แก่ กอบัว กอผักบุ้ง และต้นจอกแหน ซึ่งเครื่องจักรขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรีไม่สามารถดำเนินการกำจัดได้
       



                 อำเภอหนองแคจึงได้จัดโครงการประชารัฐเพื่อทำความสะอาดลำน้ำคลอง 26 อำเภอหนองแค เพื่อดำเนินการเก็บวัชพืชในส่วนที่เหลือ  โดยได้ระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วนมาช่วยกัน  อีกทั้งในวันที่ 4 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันสิ่งแวดล้อมไทยเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนในพื้นที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และยังเป็นการร่วมกันทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลเดช   5 ธันวาคม 2559







(คนธรรมดา  ม้าตัวเดียว)
เรวัติ  น้อยวิจิตร  นสพ.พลังชน  rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445

สระบุรี จัดอบรมหลักสูตรค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโครงการศูนย์ขวัญแผ่นดิน



           สระบุรี - จัดอบรมหลักสูตรค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโครงการศูนย์ขวัญแผ่นดิน หวังปรับเปลี่ยน ทัศนคติ และพฤติกรรมของผู้เข้ารับการบำบัดรักษา
         







           เมื่อ(30 พ.ย.2559) เวลา 13.30 น. นายสุชน  ภัยธิราช  ปลัดจังหวัดสระบุรี เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตรค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโครงการศูนย์ขวัญแผ่นดินจังหวัดสระบุรี ที่อาคารหอประชุมอดิศร มณฑลทหารบกที่ 18  มีนายพันธ์ชาย  กาญจนมา ป้องกันจังหวัดสระบุรี  พันเอกวัชรพล  วิไลเนตร  เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 18  นายภาณุพงศ์ ทิพยเศวต นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสระบุรี นายสมหมาย แดงประเสริฐ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองทับกวาง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีเปิด
             





             นายสุชน  ภัยธิราช ปลัด จังหวัดสระบุรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เน้นการดำเนินงานในเชิงคุณภาพ รวมถึงปรับปรุงมาตรฐานการบำบัดรักษาผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดในทุกระบบเพื่อให้ผู้ผ่านการบำบัดรักษาสามารถกลับมาดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุขและไม่หวนกลับไปใช้ยาเสพติดซ้ำอีก จึงได้กำหนดยุทธศาตร์ในการดำเนินการ รวม 8 ยุทธศาสตร์ สำหรับในยุทธศาสตร์ที่ 2 การแก้ไขปัญหาผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด ได้กำหนดให้มีการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างเป็นระบบอย่างมีคุณภาพ และมีมาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุขและสำนักงาน ป.ป.ส.กำหนด โดยดำเนินการประกาศตามประกาศ คสช.ฉบับที่108/2557 ในการนำผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่การบำบัดฟื้นฟู ในค่ายศูนย์ขวัญแผ่นดิน
             






                จังหวัดสระบุรีโดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดสระบุรีจึงได้จัดทำโครงการศูนย์ขวัญแผ่นดินจังหวัดสระบุรีขึ้น  เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมตระหนักถึงโทษและภัยของยาเสพติด ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อเป็นคนดีของครอบครัว และอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข โดยมีเป้าหมายจำนวน  80 คน โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก กรมการปกครอง เทศบาลเมืองสระบุรี  เทศเมืองทับกวาง  ดำเนินการนำผู้เสพเข้าค่ายในระหว่าวันที่ 28 พฤศจิกายน 2559-11 ธันวาคม 2559  รวม 14 วัน ที่มณฑลทหารบกที่ 18   ใน รูปแบบของค่ายเน้นกระบวนการกลุ่มในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สารเสพติด การสร้างสัมพันธภาพ การพัฒนาตนเอง การพัฒนาทักษะการงาน และการพัฒนาอาชีพรวมทั้งการตั้งเป้าหมายในชีวิต






(คนธรรมดา  ม้าตัวเดียว)
เรวัติ  น้อยวิจิตร  นสพ.พลังชน  rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445