วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2559

นักปั่นภาคเหนือ จัดโครงการพัฒนาเครือข่ายจักรยานสร้างสุขประเทศไทย ครั้งที่ 5




                บรรยากาศที่วิทยาลัยเทคนิคลำปางในวันนี้   ( 2ก.ย.59 )  เมื่อเวลา 17.00 น.เป็นไปอย่างคึกคัก  มีนักปั่นจากจังหวัดลำปางและจังหวัดใกล้เคียง 9 ชมรม รวมทั้งคณะครูจากสถาบันอาชีวะศึกษาในภาคเหนือ  จาก 36  สถาบันในพื้นที่กว่า 20 จังหวัด ร่วมลงทะเบียนประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาเครือข่ายจักรยานสร้างสุขประเทศไทย  ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 2-4 กันยายน นี้  โดยผู้เข้าร่วมการประชุมจะร่วมปั่นจักรยานชมเมืองเมืองลำปาง สร้างสุขชมชนในวันที่ 3 กันยายน ตั้งแต่เวลา 06.00-07.30 น.






              จากนั้น จะเป็นพิธีเปิดการสัมมนาโดยจีระพงษ์  แสงวณิช  ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคลำปาง ขณะที่ทันตแพทย์อนุศักดิ์ คงมาลัย ประธานชมรมเครือข่ายจักรยานสร้างสุขประเทศไทย จะบรรยายถึงความเป็นมาและแนวทางการพัฒนาเครือข่ายจักรยานสร้างสุขประเทศไทย สู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ แก่นักศึกษาในสถาบันอาชีวะศึกษา ด้วยการเปิดศูนย์รักล้อเพื่อให้บริการผู้ใช้จักรยานและวินแชร์ในการซ่อมแซม จำหน่ายอุปกรณ์จักรยานใหม่และมือสอง รวมทั้งเปิดให้สมาชิกเครือข่าย แลกเปลี่ยนซื้อขายจักรยานที่เหลือใช้  เป็นการรองรับการใช้งานจักรยานที่เพิ่มขึ้น






                  ด้านอาจารย์แจ่มจันทร์  กองแก้ว  กล่าวในฐานะครูที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคลำปาง ว่าขณะนี้วิทยาลัย เตรียมจัดตั้งชมรมจักรยานเทคนิคลำปางภายในภาคเรียนที่2 ของปีการศึกษา 2559 นี้





                   รวมพลังนักปั่นชาวเหนือ กว่า 200 คน ร่วมสร้างมิติใหม่ปั่นจักรยานชมเมือง  "สุขกาย สุขใจ สุขปลอดภัย สุขสร้างสรรค์ รองรับสุขนวตกรรม "  สร้างสุขชมชน







                     เช้าวันนี้(3ก.ย.59) บรรยากาศที่วิทยาลัยเทคนิคลำปาง เป็นไปอย่างคึกคัก บรรดานักปั่นชาวลำปางและจังหวัดใกล้เคียงกว่า 200 คน ร่วมปั่นจักรยานชมเมืองลำปางยามเช้าเพื่อชมวิถีชีวิตดั่งเดิม  โดยเริ่มจากวิทยาลัยเทคนิคลำปาง   ตรงไปยังวัดพระแก้วดอนเต้า  สุสานไตรลักษณ์ หรือ  หลวงพ่อเกษม  เป็นจุดพักที่ 2  ตากนั้นเลี้ยวขวาตรงไปยังวัดเจดีย์ซาว   รวมระยะทาง  23 กิโลเมตร  ทั้งนี้เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวหันมาใช้จักรยานในการเดินทางท่องเที่ยวภายในจังหวัด ตลอดจนเป็นการสร้างเสริมความปลอดภัยการใช้จักรยานในชุมชน  ซึ่งถือว่าเป็นการกระตุ้นและปลุกจิตสำนึกการออกกำลังกาย ด้วยการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน  โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน ให้รวมตัวจัดกิจกรรมจักรยานอย่างต่อเนื่อง







                     ด้าน ทันตแพทย์อนุศักดิ์ คงมาลัยประธานชมรมเครือข่ายจักรยานสร้างสุขประเทศไทย  กล่าวว่า  กระแสการตอบรับของนักปั่นชาวลำปางและชมรมจักรยานต่างๆมีเป็นตำนวนมากในครั้งนี้  แสดงให้เห็นว่า นครลำปางต้องเตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ใช้จักรยานเป็นพาหนะ ซึ่งมีความปลอดภัยสูง จึงควรส่งเสริมให้มีการใช้จักรยานในเขตเมืองและแหล่งท่องเที่ยวมากขึ้นและกำหนดเส้นทางจักรยานที่เหมาะสม มีเครื่องอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว อาทิ ช่องทางจักรยาน และจุดจอดรถจักรยาน  เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ท้องถิ่นชุมชนควรให้การประชาสัมพันธ์เส้นทางและการขับขี่รถที่ถูกต้องและปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว






         วิทยาลัยเทคนิคลำปาง สานต่อโครงการพัฒนาเครือข่ายจักรยานสร้างสุขแห่งประเทศไทยให้บริการผู้ใช้จักรยานทุกรูปแบบ สร้างอาชีพ สร้างรายได้นักศึกษาสายอาชีวะ






                  ที่ห้องประชุมวิทยาลัยเทคนิคลำปาง นายจีระพงษ์ แสงวานิช  ผู้อำนวยการเทคนิคลำปาง เป็นประธานเปิดจัดประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาเครือข่ายจักรยานสร้างสุขประเทศไทย )ครั้งที่ 5 ภายใต้แนวคิด สุขกาย สุขใจ สุขปลอดภัย สุขสร้างสรรค์ รองรับสุขนวตกรรม ในวันนี้(3ก.ย.59) พร้อมกล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ดีมีประโยชน์ต่อการสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งกระแสการใช้จักรยาน นำไปสู่การใช้จะกรยานในชีวิตประจำวัน การปั่นออกกำลังกาย การท่องเที่ยว  ซึ่งเทคนิคลำปาง เป็นศูนย์ Fix it center ที่ให้บริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง  นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์ซ่อมรถจักรยานพระราชทานของ สพฐ.อีกด้วย ดังนั้น วิทยาลัยพร้อมสนับสนุนกิจกรรมของจักรยานสร้างสุขฯ เพื่อให้นักศึกษาได้ใช้ทักษะการซ่อมจักรยาน  ซึ่งนอกจากจะเป็นสร้างอาชีพ สร้างรายได้แก่นักศึกษาแล้ว  ยังนำไปสู่ความรักความสามัคคี การเป็นเครือข่ายจักรยานสร้างสุข ทำให้เกิดการรวมตัวมีเพื่อน มีกิจกรรมที่สร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่อย่างเป็นรูปธรรม






                  ด้านนายอุดม  ทองสุข  ประธานอนุกรรมการฝ่ายปฏิบัติการจักยานสร้างสุขประเทศไทย  กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดประชุมในครั้งนี้ มีบุคลากรจากสถาบันอาชีวศึกษา ในภาคเหนือ  จาก 36  แห่ง จำนวน  70  คน และชมรมจักรยานอีก 9 ชมรม จำนวน 13 คน   โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการแลกเปลี่ยนแนวคิด ประสบการณ์ โดยบุคลากรของอาชีวศึกษา ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแต่ละจังหวัดเห็นความสำคัญของการใช้จักรยานและสามารถส่งเสริมและเชิญชวนให้ประชาชน เยาวชนสนใจมาปั่นจักรยานเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนหาแนวทางร่วมกันส่งเสริมกิจกรรมต่างๆที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพสังคมและประเทศชาติต่อไป






เกรียงไกร  ก่อเกียรติตระกูล  บรรณาธิการ อู่ทองนิวส์  ข่าว
เรวัติ  น้อยวิจิตร  Hub Admin rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2559

วช.ประชุมวิพากษ์ (ร่าง) ยุทธศาสตร์การวิจัยฯ ด้านระบบโซ่อุปทาน และโลจิสติกส์สาธารณสุข


สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดประชุมวิพากษ์ (ร่าง) ยุทธศาสตร์การวิจัย รายประเด็นด้านระบบโซ่อุปทานและโลจิสติกส์สาธารณสุข วันที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๙ ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ ๒ ชั้น ๒ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร โดยนายกฤษณ์ธวัช นพนาคีพงษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม เวลา o๙.oo น.


นายกฤษณ์ธวัช นพนาคีพงษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การยกระดับการให้บริการสุขภาพและอนามัยของประเทศไทย ระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไปไม่สามารถนำมาปรับใช้ในระบบสาธารณสุขได้ ถ้าไม่มีการ Re-Engineering เนื่องจากเป็นการบริการที่คำนึงสาธารณสุขและคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความต้องการของตัวยา ไม่ได้มาจากคนไข้หรือผู้ชื้อ แต่มาจากการตัดสินใจของแพทย์ ดังนั้น ก่อนที่จะนำโลจิสติกส์และเทคโนโลยีไปใช้กับโรงพยาบาลจึงต้องเข้าใจลักษณะของระบบซับพลายเชนในระบบสาธารณสุขเสียก่อน ซึ่งปัจจุบันระบบ โลจิสติกส์สาธารณสุข ยังมีการใช้รหัสมาตรฐานในแต่ละหน่วยงานแตกต่างกันไปในการกำหนดผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไปในแต่ละหน่วยงาน


วช. ในฐานะหน่วยงานกลางในการกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยการวิจัย และเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ จึงได้ให้ความสำคัญที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวในเชิงวิชาการ โดยได้จัดทำยุทธศาสตร์การวิจัยรายประเด็นด้านโซ่อุปทานสุขภาพและ โลจิสติกส์สาธารณสุข (Healthcare Supply Chain Logistics)(พ.ศ. ๒๕๖o – ๒๕๖๕) เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจากโครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านข้อมูลและโครงข่ายเชื่อมโยงของระบบในประเทศ โดยทุกหน่วยมีความเห็นว่าข้อมูลและการเชื่อมโยงที่เป็นมาตรฐานเป็นสิ่งจำเป็น และทำให้เกิดการผลักดันสู่การวิจัยเชิงลึก


ดังนั้นเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ วช.จึงเห็นควรให้มีการประชุมวิพากษ์ในเรื่องดังกล่าวขึ้น เพื่อขอทราบความคิดเห็นจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง สำหรับนำมาปรับปรุงร่างยุทธศาสตร์การวิจัยรายประเด็นด้านโซ่อุปทานสุขภาพและโลจิสติกส์สาธารณสุข ซึ่งผลที่ได้จากการวิพากษ์ในครั้งนี้ จะนำไปสู่การมีส่วนร่วมและตระหนักถึงปัญหาของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านโซ่อุปทานสุขภาพและโลจิสติกส์สาธารณสุขที่สำคัญต่อประเทศ รวมถึงปัญหาและอุปสรรคที่เป็นประโยชน์ในการจัดทำยุทธศาสตร์การวิจัยรายประเด็นด้านโซ่อุปทานสุขภาพและโลจิสติกส์สาธารณสุขและการบูรณาการทำงานวิจัยระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศต่อไป



นางสาวอนงค์วดี จีระบุตร สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
 เรวัติ น้อยวิจิตร   hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

สุพรรณบุรี พ.ต.ท.สุรพล ผะอบทิพย์ รายงานเหตุ มีคนเสียชีวิตในบ่อน้ำบ้านตาแก้ว



              เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 2 ก.ย. พ.ต.ท.สุรพล  ผะอบทิพย์  สว.(สอบสวน) สภ.ทุ่งคลี อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งมีคนเสียชีวิตในบ่อน้ำบ้านตาแก้ว หมู่ 4 ต.โคกช้าง จึงประสานแพทย์เวร รพ.เดิมบางนางบวช เจ้าหน้าที่มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี และเจ้าหน้าที่ ปภ.พร้อมชุดประดาน้ำนำอุปกรณ์ ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบชาวบ้านจำนวนมากกำลังมุงดูบ่อน้ำกลางทุ่งนาลึกประมาณ 6 เมตรที่ก้นบ่อมีร่างผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าทับกันอยู่ โดยมีน้ำผุดและมีควันลอยขึ้นมาตลอดเวลา เจ้าต้องสวมอุปกรณ์ หน้ากากและชุดป้องกันแก๊สพิษก่อนลงไปนำร่างของทั้งสองขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ใช้เวลากว่า 1 ชม.จึงสามารถนำขึ้นได้โดยเจ้าหน้าที่ที่ลงไปช่วยนั้นปลอดภัย ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนายเสกสันต์ เปี่ยมมนัส อายุ  46 ปีและนางสมคิด เปี่ยมมนัส อายุ 45 ปีทั้ง 2 อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 5 ต.ดอนกำ อ.สรรคบุรี  จ.ชัยนาท จากการตรวจสอบทั้ง 2 ศพไม่พบบาดแผลถูกทำร้ายแต่อย่างใด คาดเสียชีวิตมาแล้ว 6 ชม.




               จากการสอบถามนายนิคม  มั่นปาน อายุ 36 ปีเพื่อนบ้านที่ทำนาติดกันเล่าว่าก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังเดินดูนาข้าวซึ่งอยู่ใกล้กันนางสมคิด  ได้วิ่งมาตะโกนเรียกขอความช่วยเหลือบอกว่าสามีเป็นลมอยู่ในบ่อจากนั้นได้วิ่งกลับไปที่บ่อตนจึงเดินตามแต่ไม่ทัน นางสมคิด ใจร้อนได้รีบปีนบันไดเหล็กลงไปช่วยสามีที่หมดสติอยู่ก้นบ่อ เมื่อตนมาถึงเห็นนางสมคิด แน่นิ่งไปแล้วจึงพยายามลงไปช่วยแต่พอไต่บันไดลงได้ประมาณ 3 เมตรตนได้กลิ่นเหม็นแรงโชยเข้าจมูกลักษณะคล้ายแก๊สมีเทน ทำให้หายใจไม่สะดวก จึงรีบขึ้นจากบ่อ แล้วโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยแต่ไม่ทันเนื่องจากสองสามีภรรยาเสียชีวิตแล้ว





                 ทางด้าน นายดาวเรือง เปี่ยมมนัส อายุ 70 ปีบิดานายเสกสันต์ เล่าว่านายเสกสันต์ และนางสมคิด เป็นสามีภรรยากันได้มาทำนาบริเวณที่เกิดเหตุประมาณ 40 ไร่ก่อนเกิดเหตุทั้งสองได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากบ้านมาหว่านปุ๋ยในนาข้าวซึ่งอยู่ห่างบ้านของตนประมาณ 200 เมตรหลังจากมาถึงบุตรชายได้ข้าวสารและกับข้าวมาให้ตนกับภรรยาซึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์มาหลายปี จากนั้นทั้งสองก็ขอตัวไปหว่านปุ๋ยตามปกติ ต่อมามีชาวบ้านมาตะโกนเรียกบอกว่าลูกชายกับลูกสะใภ้เสียชีวิตอยู่ในบ่อน้ำ ตนได้ยินหัวใจแทบสลายเนื่องจากบุตรชายคนนี้เป็นคนดีขยันทำมาหากินดูแลพ่อแม่มาตลอด ไม่เคยเกเรทำให้รู้สึกเสียใจมาก




                  ทางด้าน พ.ต.ท.สุรพล ผะอบทิพย์  สว.(สอบสวน) กล่าวว่าจากการตรวจสอบและจากการสอบสวนญาติผู้เสียชีวิตทราบว่าทั้งสองได้มาหว่านปุ๋ยนาข้าวบริเวณดังกล่าวซึ่งอยู่ห่างจากบ้านบิดาของนายเสกสันต์ ประมาณ 200 เมตร คาดว่าขณะที่นายเสกสันต์ เดินมาถึงบริเวณบ่อน้ำที่ใช้สูบน้ำเข้านาได้สังเกตเห็นน้ำผุดขึ้นที่ก้นบ่ออย่างผิดปกติด้วยความสงสัยจึงปีนบันไดลงไปดู แต่เมื่อลงไปถึงก้นบ่อสิ่งที่เห็นกลายเป็นแก๊สพิษทำให้หายใจไม่ออกจึงพยายามตะโกนเรียกนางสมคิด ภรรยาให้ช่วยแต่นางสมคิด ไม่สามารถลงไปช่วยได้จึงวิ่งไปตามเพื่อบ้านที่ทำนาอยู่ใกล้กันมาช่วยแต่เพื่อบ้านมาช้าจึงลงไปช่วยด้วยตัวเองแต่สุดท้ายเสียชีวิตตามสามี  ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนใจให้กับญาติพี่น้องและชาวบ้านที่ทราบข่าวแห่มาดูกันจนแน่น เนื่องจากสองสามีภรรยาเป็นคนดีขยันทำมาหากินจนมีฐานะ และยังส่งเสียเลี้ยงดูบิดามารดากระทั่งเสียชีวิตดังกล่าว






   ภัทรพล  พรมพัก/ศูนย์ข่าวสุพรรณบุรี
เรวัติ  น้อยวิจิตร  Hub Admin rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559

สุพรรณบุรี จัดการแข่งขันเซปัคตะกร้อเยาวชน อบจ.สุพรรณบุรี ปีที่ 2 ประจำปี 2559



                องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรีจัดการแข่งขันกีฬาเซปัคตะกร้อ อบจ.สุพรรณบุรี ปีที่ 2 สานฝันนักกีฬาเซปักตะกร้อ สู่นักกีฬาอาชีพ






                นายเผด็จ  โพธิ์อ้น  ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการบริหารงานบุคคล กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ได้มีนโยบายที่จะพัฒนากีฬาของจังหวัดสุพรรณบุรี ให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศ ตามยุทธศาสตร์และวิสัยทัศน์จังหวัดสุพรรณบุรีด้านการกีฬา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี จึงได้ดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬาเซปัคตะกร้อ อบจ.สุพรรณบุรี ปีที่ 2 ขึ้นในระหว่างวันที่ 1-13 กันยายน 2559 ที่โรงยิมสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตสุพรรณบุรีขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาทักษะนักกีฬาที่เป็นเยาวชนของจังหวัดสุพรรณบุรีให้มีความเป็นเลิศยิ่ง ๆ ขึ้นไป และสร้างความมีระเบียบวินัย สร้างความรักความสามัคคี เป็นการปลูกจิตสำนึกให้เกิดการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ การอยู่ห่างไกลยาเสพติด เพื่อก้าว สู่เป็นนักกีฬาอาชีพต่อไป







                   ซึ่งในการจัดการแข่งขันกีฬาเซปัคตะกร้อ อบจ.สุพรรณบุรี ครั้งนี้ มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันแบ่งเป็นรุ่นอายุ 12 /15/18 ปี ชายหญิง จำนวน 35 ทีม 32 โรงเรียน ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมที่จะส่งเสริมกีฬา มุ่งสู่ความเป็นเลิศในระดับอาชีพและให้การเล่นกีฬาเข้าไปอยู่ในหัวใจของชาวสุพรรณบุรี และจะผลักดันให้มีนักกีฬาอาชีพ ทั้งระดับเยาวชน ประชาชน และระดับอาวุโส จนก้าวไปสู่อุตสาหกรรมนักกีฬาอาชีพในสโมสรต่าง ๆ และสามารถมีเงินเดือนจากการเล่นกีฬาอาชีพได้จริง ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดการแข่งขันเซปักตะกร้อในครั้งนี้ จะเป็นจุดประกายสร้างนักกีฬาอาชีพ สายเลือดชาวจังหวัดสุพรรณบุรี ให้เกิดขึ้นในอนาคตได้เป็นจำนวนมาก






                   ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี มีนโยบายที่จะส่งเสริมสนับสนุนกีฬาเซปัคตะกร้อ โดยมีความมุ่งหวัง ที่จะให้การพัฒนาทักษะทางด้านกีฬาให้แก่เยาวชนจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศในระดับประเทศและก้าวสู่เป็นนักกีฬาอาชีพ และยังส่งเสริมให้คนเป็นผู้มีน้ำใจนักกีฬา เล่นกีฬาอย่างมีระเบียบวินัย ขณะที่ อ.กมล ตันกิมหงษ์ หัวหน้าครูผู้ฝึกสอนนักตะกร้อทีมชาติไทยและนายวิทยา  บุญยพัชรินทร์ ประธานชมรมเซปักตะกร้อจังหวัดสุพรรณบุรี ได้นำนักกีฬาตะกร้อทีมชาติไทยชุดเอและบี มาสาธิตและสอนเทคนิคการเล่นตะกร้อ ซึ่งน้องนักกีฬาต่งให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก  โดยนายวิทยา กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาอาเซียนสคูลเกมส์ ปีที่ 8 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ผลปรากฏว่าได้ไทยเหรียญทองทั้ง 3 เหรียญ คือ ประเภทตะกร้อคู่ ประเภทตะกร้อเดี่ยว และทีมชุด  ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ









เกรียงไกร  ก่อเกียรติตระกูล  บรรณาธิการ อู่ทองนิวส์  ข่าว
เรวัติ  น้อยวิจิตร  Hub Admin rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445

สุพรรณบุรี ขนส่ง บูรณาการร่วม ทหาร คุมเข้ม รถโดยสาร หวั่นเกิดอุบัติเหตุช่วงหน้าฝน




            ขนส่งสุพรรณบุรี ผนึกกำลัง ทหาร/ตำรวจ คุมเข้มรถโดยสารทั้งสภาพรถและคนขับ หวั่นเกิดอุบัติเหตุช่วงหน้าฝน



              นายพงศ์ธนา แววรัตน์ ขนส่งจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า สำนักงานขนส่งจังหวัดสุพรรณบุรีร่วมกับ บขส.สุพรรณบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยมณฑลทหารบกที่ 17 หรือ กกล.รส.มทบ.17 และเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ได้ทำการตรวจสอบความพร้อมรถและพนักงานขับรถตามโครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงฤดูฝน 2559 โครงการสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่ด้านใน โดยได้ทำการตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถและสภาพตัวรถโดยสารก่อนออกจากสถานี ตลอดจนสุ่มตรวจวัดแอลกอฮอล์และตรวจสารเสพติด พนักงานขับรถจำนวน 33 ราย พบร่างกายไม่พร้อม 1 ราย เปรียบเทียบปรับ 1,000 บาท และสั่งพักรถ 1 วัน




               ทั้งนี้ การตั้งจุดตรวจบังคับใช้กฎหมาย การรณรงค์ลดอุบัติเหตุช่วงฤดูฝน 2559 และการสกัดกั้นยาเสพติดบนยานพาหนะในเขตพื้นที่ด้านใน บนถนนสาย 340(บางบัวทอง-สุพรรณบุรี)บริเวณสี่แยกวัดโพธิ์คอย ตำบลท่าระหัด อำเภอเมทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ผลการดำเนินงาน ตรวจสอบรถทั้งสิ้น 316 คัน เป็นรถยนต์  229 คัน และรถขนส่ง   87 คัน  พบผู้กระทำผิดจำนวน 13  ราย (รถยนต์ 5 ราย และรถขนส่ง 7 ราย)- เปรียบเทียบปรับ  11 ราย  - ออกคำสั่งผู้ตรวจการ 1 ราย  และ ไม่พบยาเสพติดบนยานพาหนะและผู้ฝ่าฝืนใช้รถตู้โดยสารรับจ้างโดยไม่ได้รับอนุญาต(รถตู้ป้ายดำ)




                  แต่อย่างไรก็ตาม ได้กำชับตักเตือนผู้ขับรถทุกรายให้ปฎิบัติตามกฏหมาย กฎว่าด้วยปลอดภัยและกวดขันจับกุม/ตักเตือนผู้ขับรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่ต่อเติมที่นั่งบรรทุกผู้โดยสารและคนงานให้คำนึงถึงความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น






เกรียงไกร  ก่อเกียรติตระกูล  บรรณาธิการ อู่ทองนิวส์  ข่าว
เรวัติ  น้อยวิจิตร  Hub Admin rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ตรวจพื้นที่เพื่อจัดระเบียบการใช้น้ำคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง




              เมื่อ ๑ ก.ย.๕๙, ๑๓๓๐  นายวีระศักดิ์  วิจิตร์แสงศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ลงพื้นที่ร่วมกับ พ.อ.กุญช์ภัสร์ หาญสมบูรณ์ เสธ.บก.ควบคุม กกล.รส.จว.ส.พ.   ตรวจพื้นที่เพื่อจัดระเบียบการใช้น้ำและแก้ไขปัญหาน้ำในคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง กรณีน้ำสูญหายระหว่างการเดินทางเพื่อให้ประชาชนปลายคลอง มอ. ได้รับน้ำอย่างทั่วถึง ณ ช่วงบริเวณระหว่าง คลอง ๑๘ และคลอง ๑๙ ในเขตอำเภอเมืองสุพรรณบุรี







       จ.ส.อ.ขจร  ใจชุ่ม  ฝขว.บก.ควบคุม มทบ.๑๗
พท.อภินันท์ แสงคุ้มภัย ฝขว.บก.ควบคุม มทบ.๑๗

พ.อ.กุญช์ภัสร์ หาญสมบูรณ์ ร่วมตำรวจ จัดระเบียบการจราจร บริเวณพื้นที่ตลาดสดเทศบาล




               เมื่อ ๑ ก.ย.๕๙, ๐๙๐๐ พ.อ.กุญช์ภัสร์ หาญสมบูรณ์ เสธ.บก.ควบคุม กกล.รส.จว.ส.พ. ร่วมกับ ตร.จร.เมืองส.พ. ลงพื้นที่จัดระเบียบการจราจร บริเวณพื้นที่การก่อสร้างตลาดสดเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและไม่ให้เกิดอันตรายต่อพ่อค้าแม่ค้า รวมทั้งประชาชนที่มาซื้อของ.







          จ.ส.อ.ขจร  ใจชุ่ม  ฝขว.บก.ควบคุม มทบ.๑๗
พท.อภินันท์ แสงคุ้มภัย ฝขว.บก.ควบคุม มทบ.๑๗