วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สุพรรณบุรี ผู้ว่าฯ นำคณะซ้อมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ “ Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่ ”





          ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี  นำคณะซ้อมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ  “ Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่ ” พร้อมซักซ้อมบันทึก ลงกินเนสเวิลด์เรคคอรด์








         วันนี้  4 สิงหาคม 2558  เวลา 09.00 น. ว่าที่ร้อยตรีสุพีร์พัฒน์  จองพานิช  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี  นำชาวสุพรรณบุรี ซ้อมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 12 สิงหาคม 2558 “BIKE FOR MOM ปั่นเพื่อแม่”   โดยเส้นทางการปั่นจักรยานของจังหวัดสุพรรณบุรี ระยะทางรวม 25.6  กิโลเมตร จุดเริ่มต้นปล่อยขบวนจักรยานที่หน้าศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรีผ่านศาลจังหวัดสุพรรณบุรี   เลี้ยวขวาเข้าถนนสุพรรณบุรี - อ่างทอง แล้วเลี้ยวขวาถนนเลี่ยงเมือง (357) เข้าเส้นทางสุพรรณบุรี - ป่าโมกข์  ผ่านโรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย ผ่านวัดป่าเลย์ไลยก์วรวิหาร  และกลับมาสิ้นสุดที่หน้าศาลากลาง  ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้เตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทาง  และมีเจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลหากเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมทั้งมีการซักซ้อมบันทึกภาพลงกินเนสเวิลด์เรคคอรด์ด้วย อย่างไรก็ตามตลอดเส้นทางเป็นไปด้วยความเรียบร้อย







            ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า จังหวัดสุพรรณบุรีมีความพร้อมและความตั้งใจที่จะร่วมกันจัดกิจกรรมจักรยาน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 12 สิงหาคม 2558 “BIKE FOR MOM ปั่นเพื่อแม่” ในวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2558 เวลา 15.00 น.อย่างเต็มที่ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความรักที่มีต่อแม่  และแม่ของแผ่นดินอย่างทั่วถึง รวมทั้งเสริมสร้างความสามัคคีของคนในชาติที่จะร่วมกันจัดกิจกรรมถวายพระพรแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในการร่วมออกกำลังกาย  ทำให้สุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง อีกทั้งปลูกฝังให้ประชาชนรักการออกกำลังกาย  และเสริมสร้างความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา









   เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์
เรวัติ น้อยวิจิตร hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com 08-1910-7445

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สุพรรณบุรี กรมสรรพากร สร้างองค์ความรู้ด้านภาษีให้กับนักศึกษาก่อนเข้าสู่ระบบธุรกิจ



             กรมสรรพากร ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์สุพรรณบุรี จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านภาษีอากรให้กับนักศึกษาก่อนเข้าสู่ระบบธุรกิจ






              กรมสรรพากร ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์สุพรรณบุรี จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรเพิ่มพูนศักยภาพและยกระดับความรู้ภาษีอากรก่อนเข้าสู่ระบบธุรกิจให้กับนิสิต นักศึกษา ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน ประจำปี 2558 โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สาลินันท์  บุญมี คณบดี คณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ให้การต้อนรับผู้บริหารและคณะวิทยากรจากกรมสรรพากร พร้อมกล่าวว่า  โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ กับกรมสรรพากร ตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เพื่อให้นักศึกษาที่ใกล้จะสำเร็จการศึกษาสามารถนำความรู้ด้านภาษีอากรไปใช้ได้จริงในระบบธุรกิจ เพราะมองว่าการเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่หากได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้โดยตรงจากทีมวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและมีความเชี่ยวชาญด้านสรรพากรจะส่งผลให้นักศึกษามีโอกาสเพิ่มพูนศักยภาพความรู้ซึ่งเป็นประโยชน์สูงสุดกับนักศึกษา อีกทั้งสามารถใช้วางแนวทางการดำเนินธุรกิจต่อไปในอนาคตได้อีกด้วย





                 ด้านนายสำรวน ราชสิงห์ ผู้ช่วยสรรพากรพื้นที่สุพรรณบุรี  กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 3-6 สิงหาคม 2558 ซึ่งนอกจากการบรรยายความรู้ด้านภาษีอากรแล้ว ยังจะนำนักศึกษาเข้าศึกษาดูงาน ณ สรรพากรพื้นที่สุพรรณบุรี เพื่อเรียนรู้กระบวนการดำเนินงานในสถานที่จริง ทั้งยังเป็นการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของภาษีอากรที่มีต่อการพัฒนาประเทศอีกด้วย



                       


   เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์
เรวัติ น้อยวิจิตร hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com 08-1910-7445

สระบุรี กอ.รมน.จัดโครงการ " คนไทยหัวใจเดียวกัน " ครั้งที่ 62




             เมื่อ 3ส.ค.58เวลา 09.00น.  พ.อ.พงษ์ศิลป์   สถิตย์ขราณี หน.กลุ่มงานยุทธศาสตร์ความมั่นคง กอ.รมน.จังหวัด ส.บ.  เป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นประชาชนที่ดีและพลังของแผ่นดิน รวมทั้งเปิดเวทีความคิดเดินหน้าประเทศไทย ภายใต้โครงการ "คนไทยหัวใจเดียวกัน" ครั้งที่ 62  ณ เทศบาลตำบลมวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี






                เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในการเสนอแนะปัญหาการปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ ทั้ง 11 ด้าน และการเสริมสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ทุกภาคส่วน เพื่อลดความขัดแย้งอย่างเป็นรูปธรรม การสร้างวินัยให้กับประชาชน เพื่อให้คนไทยเคารพกฎหมาย และเน้นย้ำการปฏิบัติตามค่านิยม 12 ประการของ หน.คสช. และชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการบังคับใช้มาตรา 44





               โดยมีประชาชนร่วมโครงการ 100 คน มีวิทยากรประจำกลุ่มรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตลอดจนข้อเสนอแนะและปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่ ผลการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง





(คนธรรมดา  ม้าตัวเดียว)
เรวัติ น้อยวิจิตร สุพรรณบุรีนิวส์   rewat.noyvijit@hotmail.com 08-1910-7445

สระบุรี ตำรวจ รวบ 2 หนุ่มใหญ่ขายลาบเป็ดบังหน้าลอบค้ายาเสพติด




               เมื่อ 3ส.ค.58เวลา 10.00 น. นายภัคพงศ ์ ทวิพัฒน  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีพร้อม พ.ต.อ.ภูบาล  ทับจันทร์ รอง ผบก ภ.จว.สระบุรี.พันตำรวจเอก จักรกฤช  วีระเดช ผกก.สภ.แก่งคอย ร่วมกันแถลงข่าวการสนธิกำลังตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง บุกจับผู้ค้ายาเสพติด(ยาบ้า)รายใหญ่ขายลาบเป็ดบังหน้า  โดยได้จับกุมนายบุญเจริญ   เล็กพังเทียม อายุ 36 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ 4/1ซอยสวนหลวงตก ตำบลในเมือง อำเภอเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช  จากการ เข้าตรวจค้นบ้านเช่า เลขที่ 2/6-1 ห้องที่ 3 ถนนมิตรภาพ ตำบลแก่งคอย อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี พบยาบ้าจำนวน 32 มัด  65,910 เม็ด







               จึงได้ขยายผลต่อ ผู้ต้องหาให้การว่าตน ได้พบยาบ้าดังกล่าว บริเวณ ร้าน ลาบเป็ดริมถนนมิตรภาพตรงข้ามซุ้มประตูทางเข้า อำเภอแก่งคอย  แล้วนำมาเก็บไว้ในบ้านเช่า ดังกล่าว  ต่อมา ขยายผลติดตามจับกุมตัว นายสมทบ   แตงไทย ได้บริเวณซุ้มประตูทางเข้า อำเภอแก่งคอยตรวจค้นรถจักรยานยนต์ ยี่ฮอนด้า  เอไอเอสสีดำ ทะเบียน ยรพ 153 กรุงเทพ พบยาบ้าอีกจำนวน6 มัด  12,000เม็ด รับสารภาพว่าได้เอายาบ้า มาจาก นายบุญเจริญฯ  มาไว้จำหน่ายให้ลูกค้าบริเวณนิคมหนองแค ซึ่งเช่าบ้านที่ ตำบลหนองไข่น้ำ อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี จึงควบคุมตัว ส่งพนักงานสอบสวน สภ แก่งคอยดำเนินคดีต่อไป






(คนธรรมดา  ม้าตัวเดียว)
เรวัติ น้อยวิจิตร สุพรรณบุรีนิวส์   rewat.noyvijit@hotmail.com 08-1910-7445

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สระบุรี ซ้อมใหญ่ " bike for mom ปั่นเพื่อแม่ ” พร้อมกันทั่วประเทศ





            ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นำส่วนราชการ ชมรมจักรยาน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น พี่น้องประชาชน สื่อมวลชน  ร่วมซ้อมปั่นจักรยาน  bike for mom เพื่อเตรียมความพร้อมสร้างความมั่นใจให้กับนักปั่นที่จะร่วมกิจกรรมในวันที่ 16 สิงหาคม 2558









              เมื่อ 2 ส.ค.2558 เวลา 15.00 น. นายวิเชียร  พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นำ ส่วนราชการ ชมรมจักรยานในพื้นที่สระบุรี  องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น พี่น้องประชาชน สื่อมวลชน กว่า 1000 คน  ร่วมซ้อมปั่นจักรยาน  bike for mom เพื่อเตรียมความพร้อมและซักซ้อมความเข้าใจ และสร้างความมั่นใจให้กับนักปั่นที่จะร่วมกิจกรรมในวันที่ 16 สิงหาคม 2558







             ทั้งนี้จังหวัดสระบุรีได้มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางเล็กน้อยเพื่อให้สอดคล้องกับการปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ  ที่มีการปั่นจักรยานเป็นจำนวนมากที่สุดในโลก เพื่อนำสถิตินี้บันทึกไว้ในกินเนสส์บุ๊ค เวิลด์ เรคคอร์ด   ซึ่งในจุดนี้จะต้องมีการซักซ้อมเจ้าหน้าที่ ตรงจุด Finish ในระยะทาง 4 กม เพื่อทำการสแกนบาร์โค๊ดที่จุด Check Point   นอกจากนี้ยังได้มีการทดสอบการถ่ายภาพการใช้ทั้งกล้องถ่ายมุมสูง ( โดรน) กล้องภาพเคลื่อนไหว และกล้องถ่ายภาพนิ่ง  โดยการระดมทีมช่างภาพจากทั้งสื่อมวลชน ชมรมถ่ายภาพจากสถานศึกษา การแปรรูปขบวนจักรยาน bike for mom รวมทั้งเตรียมทีมพยาบาล จุดบริการน้ำดื่มตลอดเส้นทาง ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า  5,000 พันคน นับเป็นการเตรียมการบูรณาการทุกฝ่าย เพื่อจัดกิจกรรมครั้งยิ่งใหญ่ให้บรรลุผลสำเร็จได้เป็นอย่างสมพระเกียรติ    




 
            สำหรับจังหวัดสระบุรี ได้กำหนดเส้นทาง โดยมีจุดเริ่มต้น ขาไป จุดเริ่มต้นการปั่น (START) บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดปั่นไปตามเส้นทางถนนพหลโยธิน (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1) เข้าสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวร ในพื้นที่ กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ หลังจากนั้น มุ่งหน้าสู่วัดพระพุทธฉาย เพื่อนมัสการ รอยพระพุทธบาทเบื้องขวา ขากลับ เดินทางตามเส้นทางสายรองในพื้นที่กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ มุ่งหน้าสู่พื้นที่จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ถวายแม่ของแผ่นดิน บริเวณพื้นที่ชุมน้ำของค่ายอดิศร หลังจากนั้นมุ่งหน้าสู่บริเวณค่ายอดิศร เพื่อสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน และเดินทางออกจากค่ายอดิศรโดยออกทางประตูทางเข้าโรงพยาบาล ค่ายอดิศรและใช้เส้นทางถนนมิตรภาพ (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2) ลอดใต้สะพานต่างระดับกลับสู่ถนนพหลโยธิน และเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพิชัยรณรงค์สงคราม กลับสู่ศาลากลางจังหวัดสระบุรี รวมระยะทาง 30 กิโลเมตร โดยทางจังหวัดสระบุรีได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนในการที่จะอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยในกิจกรรมปั่นครั้งนี้อย่างเต็มที่ มี บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด โดยคุณ จิโรจ ศรีสถาพร  ผู้ช่วยฝ่ายบุคคลและธุรการ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด สนับสนุนน้ำดื่ม ตลอดรายการ







(คนธรรมดา  ม้าตัวเดียว)
เรวัติ น้อยวิจิตร สุพรรณบุรีนิวส์   rewat.noyvijit@hotmail.com 08-1910-7445

สุพรรณบุรี โรบินสันจัดกิจกรรม Power of Woman วาโก้โบว์ชมพู สู้มะเร็งเต้านม 2015


Power of Woman  วาโก้โบว์ชมพู สู้มะเร็งเต้านม 2015



ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ สาขาสุพรรณบุรี ร่วมกับ  บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดยผลิตภัณฑ์วาโก้ จัดกิจกรรม“Power of Woman”  รวมพลังหญิงไทยสู้ภัยมะเร็งเต้านม   เพื่อดำเนินการรณรงค์ในการให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันตนเอง ให้ห่างจากภัยมะเร็งเต้านม   พร้อมทั้งสร้างกำลังใจ ให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมมีพลังในการดำเนินชีวิตต่อไป กิจกรรม Power of Women ” รวมพลังหญิงไทยสู้ภัยมะเร็งเต้านม เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งในโครงการ  วาโก้โบว์ชมพู สู้มะเร็งเต้านม 201






โดยภายในงานคุณดลใจ  จองพานิช นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรีและสมาชิกเหล่ากาชาด ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงาน  และรับมอบเสื้อชั้นในสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม จำนวน 100 ชุด   พร้อมทั้งกิจกรรมสนทนาการป้องกันมะเร็งเต้านม โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช และดาราสาว ปุ๊กลุก ฝนทิพย์  ได้มาร่วมพูดคุย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแนะนำการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง จากแผนกผู้ป่วยมะเร็งเต้านม  โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช และบริการตรวจวัดสรีระผู้ป่วยที่ตัดเต้านมโดยผู้เชี่ยวชาญจากวาโก้   เมื่อวันที่2 สิงหาคม 2558  ที่ลานโปรโมชั่น ชั้น 2







        Tong Puckwalun  Marketing Manager ..   RBS Marketing Suphanburi 
                เรวัติ น้อยวิจิตร hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com 08-1910-7445



วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สระบุรี ผู้ว่าฯสนองนโยบายรัฐบาล เร่งแก้ปัญหาภัยแล้งประชาชนมีส่วนร่วม




              จังหวัดสระบุรี สนองนโยบายรัฐบาล  เร่งจ้างงานเพิ่มรายได้ และลดผลกระทบจากภัยพิบัติจัดโครงการขุดลอกคลอง กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางลำคลอง โครงการบ่อน้ำผิวดินสำหรับผลิตน้ำประปา โครงการปรับปรุงแหล่งน้ำศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง และโครงการสอนอาชีพการผลิตปุ๋ยอินทรีย์







             เมื่อ l ส.ค.58 เวลา 13.00 น. นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ก็ได้เรียกประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องโดยเร่งด่วน เพื่อหาแนวทางปฏิบัติในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้ง โดยเฉพาะมาตรการจ้างแรงงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากภาวะฝนแล้งทั้งทางตรงและทางอ้อม  ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21กรกฎาคม 2558ที่ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณามาตรการจ้างแรงงานในพื้นที่ประสบภาวะฝนแล้ง เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตได้เป็นปกติในช่วงที่เกิดภัย







              ทั้งนี้  นายวิเชียรพุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี  พร้อมนายภคพงศ์  ทวิพัฒน์ รอง ผวจ.สระบุรี ดร.ชรัส  บุญณสะ รอง ผวจ.สระบุรี  นายแปลก เทพรักษ์ นอภ.วิหารแดง  นาย สุพจน์ ต่ออาจหาญ  นอภ.หนองแซง  นายบัญชา  เชาวรินทร์ นอภ.เสาไห้  หัวหน้าส่วนราชการ สื่อมวลชน และ พ.อ.เพิ่มศักดิ์  ขุนโขลน อาจารย์ หน.แผนก วิชายุทธวิธี รรม.ศม.นำ ชุด กร.ศม. ได้ลงพื้นที่ เพื่อติดตามการดำเนินงานของโครงการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางลำคลองลำศาลา ตำบลหนองหมู อำเภอวิหารแดง มีการจ้างแรงงานในพื้นที่ จำนวน150  คน พร้อม กำลังพลทหารจากศูนย์การทหารม้า ให้การสนับสนุน ระยะดำเนินการ 1 วัน ระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร โครงการขุดลอกคลองบ่อน้ำผิวดินสำหรับผลิตน้ำประปาวัดอู่ตะเภา  ตำบลม่วงหวาน อำเภอ หนองแซง  การจ้างแรงงาน 50 คนต่อวัน ระยะเวลาดำเนินการ  10 วันระยะทางประมาณ 500 เมตร







                 โครงการปรับปรุงแหล่งน้ำศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง(โคกหนองนาโมเดล) ตำบลม่วงงาม อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี การจ้างแรงงาน  30 คน ต่อวัน ระยะเวลาดำเนินการ  15 วัน ระยะทางประมาณ 800 เมตร และโครงการฝึกอบรมส่งเสริมอาชีพระยะสั้นการผลิตปุ๋ยมูลเดือน โดยแรงงาน ที่เข้าร่วมโครงการ 4 โครงการ จะได้รับค่าจ้างตามค่าแรงขั้นต่ำรายละ 300 บาทโดยเน้นการจ้างแรงงานในพื้นที่ วงเงิน 10 ล้านบาทตามมติ ครม.มาใช้ในการดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชน เพื่อการป้องกัน ยับยั้ง ลดความเสียหาย หรือลดผลกระทบจากภัยพิบัติที่เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเบื้องต้นอนุมัติงบประมาณไป 12 อำเภอ งบประมาณ 6 ล้านบาทเศษ นำไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงด้วย






(คนธรรมดา  ม้าตัวเดียว)
เรวัติ น้อยวิจิตร สุพรรณบุรีนิวส์   rewat.noyvijit@hotmail.com 08-1910-7445