วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สุพรรณบุรี จัด แฟชั่นโชว์ Winter Collection



           ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สาขาสุพรรณบุรี   โดย คุณสุทธิญา นิสารธัญยุ  ผู้จัดการทั่วไป ได้จัดแฟชั่นโชว์ จากแบรนด์ดัง Ligne และ Angey ให้สาวๆวัยทำงานได้อัพเดรต Winter Collection  ซึงแบรนด์ ลีนบอกถึงบุคลิกของสาวทำงานที่ดูโก้ เก๋ แฝงเร้นความเป็นสาวที่ดูทั้งอ่อนหวาน และมั่นใจ  ตามสโลแกน Clean and Keen และแบรนด์ แองจี่ แสดงถึงความพริ้วไหว อ่อนหวาน ความละเอียดอ่อนของการตกแต่ง สื่อความเลิศหรูในทุกวัน ทั้งวันทำงาน รวมถึงวันที่ต้องออกงานราตรี ตามสโลแกน Daily Glamour แฟชั่นดูดี จากการรังสรรค์ของดีไซน์เนอร์ไทยและต่างประเทศ เมื่อวันเสาร์ที่27 กันยายน 2557   และสามารถอัพเดรตคอลเลคชั่นWinter ได้ที่แผนกเสื้อผ้าสตรีชั้น1 ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สาขาสุพรรณบุรี















           คุณตอง  ภัควลัญชญ์    /   เรวัติ  น้อยวิจิตร  สุพรรณบุรีนิวส์  081-9107445  

สมุทรสาคร ผู้ว่า ฯ สัญจรเยี่ยมเยียนเกษตรกรกลุ่มแปรรูปปลาสลิด




  ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร สัญจรเยี่ยมกลุ่มอาชีพและผลิตภัณฑ์ชุมชน ที่กลุ่มแปรรูปปลาสลิด ตำบลยกกระบัตร เพื่อรับทราบข้อมูลพื้นที่ รับฟังปัญหา ความต้องการ และมอบนโยบายของจังหวัดสู่ท้องถิ่น


       วันที่ 1 ตุลาคม 2557 ร้อยตำรวจโทอาทิตย์ บุญญะโสภัต ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร และหัวหน้าส่วนราชการ ลงพื้นที่ ตำบลยกกระบัตรอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ตามโครงการผู้ว่าสัญจรเยี่ยมกลุ่มอาชีพและผลิตภัณฑ์ชุมชน จังหวัดสมุทรสาคร เยี่ยมกลุ่มแปรรูปปลาสลิด (ผู้ใหญ่เจ้ย ปลาสลิดแดเดียว) เพื่อรับรู้ข้อมูล รับฟังปัญหาความเดือดร้อน ตลอดถึงความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจะได้ดำเนินการแก้ไขและให้ความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องตรงปัญหา กลุ่มแปรรูปปลาสลิด เริ่มจัดตั้งเมื่อประมาณปี 2553 โดยมี นายเจ้ย ชื่นภิรมย์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 7 ตำบลยกกระบัตร เป็นผู้ริเริ่มแปรรูปเป็นคนแรก ปัจจุบันมีสมาชิก 24 ราย วัตถุดิบที่ใช้ส่วนใหญ่จะรับซื้อปลาสลิดจากกลุ่มผู้เลี้ยงปลาสลิดในตำบลยกกระบัตร และโรงเข้ นำมาแปรรูปเป็นปลาสลิดแดดเดียว และปลาสลิดดองเกลือ โดยมีพ่อค้าคนกลางมารับ ถึงบ้านและส่งจำหน่ายทั่วประเทศ มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 300,000 บาท และจัดสรรให้สมาชิกเดือนละ ประมาณ 5,000 - 10,000 บาท กลุ่มดังกล่าวมีปัญหา อุปสรรคดังนี้

      1.ทุนดำเนินการมีน้อย ไม่สามารถซื้อปลาสลิดมาแปรูปทีละมากๆ ได้ ต้องการสนับสนุนงบประมาณ
      2.ปลาที่นำมาแปรรูปเป็นปลาสด เก็บรักษาอยู่ได้ไม่นาน เนื่องจากไม่มีตู้แช่ ต้องการตู้แช่ที่ได้มาตรฐาน
      3.ไม่มีเครื่องบรรจุภัณฑ์ที่เป็นระบบสูญญากาศ ที่สามารถรักษาคุณภาพและยืดอายุการเก็บรักษาได้นานขึ้น
     4.ไม่มีช่องทางตลาดรองรับสินค้า
     5.ผู้เลี้ยงเมื่อจับปลาขายให้พ่อค้าคนกลางต้องรอประมาณ 2 เดือน พ่อค้าจึงจะนำเงินมาจ่าย




      ทั้งนี้ร้อยตำรวจโทอาทิตย์ บุญญะโสภัต ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า กลุ่มต้องเน้นเรื่องความสะอาด กระบวนการผลิตต้องสะอาด มีมาตรฐาน เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือ มั่นใจแก่ผู้บริโภค การเก็บรักษาสินค้าและการจัดส่ง สู่ผู้บริโภค ปัจจุบันอยู่ได้แค่ 1 วัน หากไม่แช่แข็ง ต้องมีกรรมวิธีในการเพิ่มระยะเวลาเพื่อขยายตลาด สำหรับภาครัฐ จะส่งเสริม สนับสนุนได้เฉพาะรายกลุ่มเกษตรกรเท่านั้น ฉะนั้นต้องมีการรวมกลุ่มในส่วนของกลุ่มปลาสลิดที่นี่ น่าจะพัฒนาการบรรจุภัณฑ์ที่เป็นระบบสูญญากาศให้สามารถขนส่งได้นานขึ้น 

           ประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร  /  ลิขิต  รักอยู่  สมุทรสาครนิวส์

สมุทรสาคร ปลัด พม.นำร่องจัดระเบียบเรือประมงและแรงงานประมง





               วันที่ 2 ตุลาคม 2557 นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วย นายวันชัย รุจนวงค์ อธิบดีอัยการ สำนักงานต่างประเทศ พล.ต.ต. ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายสุรจิตต์ อินทรชิต รองอธิบดีกรมประมง นายอนุชน วรินทร์เสถียร ผู้อำนวยการสำนักคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน และนายสมภพ ปัญญาไวท์ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐาน ทะเบียนเรือ กรมเจ้าท่า ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร จัดประชุมทำความเข้าใจเรื่องการจัดระเบียบเรือประมง และแรงงานประมง เพื่อป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ที่ตลาดทะเลไทย





              โดยมี ร้อยตำรวจโทอาทิตย์ บุญญะโสภัต ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ให้การต้อนรับ เพื่อทำความเข้าใจกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกับทางภาคผู้ประกอบการ เจ้าของเรือ เจ้าของสถานประกอบการ ในเรื่องกฎหมายจากหน่วยงานที่กำกับดูแลกฎหมาย ทั้งในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพเรือ กระทรวงแรงงาน สำนักงานอัยการสูงสุด กรมประมงและกรมเจ้าท่า ให้สามารถปฏิบัติ ตามกฎหมายอย่างถูกต้อง 



               ก่อนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะนำชุดปฏิบัติการ ลงพื้นที่ตรวจตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจเอกสารหลักฐานการได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ตามกฎหมายเกี่ยวกับคนเข้าเมือง ตรวจใบอนุญาตให้ทำงาน สัญญาจ้าง ลักษณะการทำงาน นายจ้าง สถานที่ทำงาน ตามกฎหมายเกี่ยวกับการทำงานของคนต่างด้าว ตรวจสอบหลักฐานการจดทะเบียนเรือ ใบทะเบียน เรือไทย ใบอนุญาตให้ใช้เรือ ความปลอดภัยของตัวเรือ บุคคลทำงานในเรือ ตามกฎหมายเกี่ยวกับการเดินเรือ และตรวจสอบใบอนุญาตให้ทำการปะมงในน่านน้ำและนอกน่านน้ำ อาชญาบัตรประเภทของเครื่องมือ / อุปกรณ์ที่ ได้รับอนุญาต ตามกฎหมายเกี่ยวกับการประมง ในวันที่ 10 ตุลาคม 2557 เวลา 09.00 น. เป็นจังหวัดแรก

 


  หลังจากนั้นเป็นการตอบข้อซักถามเจ้าของเรือ และสถานประกอบการ โดยมีข้อเสนอแนะในเรื่อง ข้อกฎหมาย ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน ไม่ทันสมัยต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไข เรื่องปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคประมง สาเหตุจากแรงงานหนีจากเรือขึ้นฝั่งไปยังภาคอุตสาหกรรม จำเป็นต้องหาแรงงงานมาทดแทน ซึ่งนายหน้าจะอาศัยช่องทางนี้ในการ ลักลอบนำแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายมาแสวงหาผลประโยชน์ ส่งผลให้เจ้าของเรือขาดทุนเพราะจ่ายเงินค่าจ้างแรงงานล่วงหน้าก่อนออกเรือหาปลา อยากให้ลงมาช่วยเหลือแก้ไขอย่างจริงจัง














ประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร  /  ลิขิต  รักอยู่  สมุทรสาครนิวส์

สมุทรสาคร งานวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว



              วันที่ 1 ตุลาคม 2557 ร้อยตำรวจโทอาทิตย์ บุญญะโสภัต ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายวินิตย์ ปิยะเมธาง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ข้าราชการพลเรือน ศาล ทหาร อัยการ ตำรวจ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานส่วนท้องถิ่น เหล่ากาชาด ครู อาจารย์ ภาคเอกชนและประชาชน ร่วมพิธีวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ที่บริเวณลานสาครบุรี ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันสำคัญของชาติ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในวโรกาสวันคล้าย วันสวรรคต วันที่ 1 ตุลาคม ของทุกปี พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชโอรสใน สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประสูติเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2347 ขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ องค์ที่ 4 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงดำรงสิริราชสมบัติเป็นเวลา 18 ปี พระองค์ทรงประกอบพระราชกรณียกิจอันใหญ่หลวง แก่อาณาประชาราษฎร์และประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์โดยสังเขป ดังนี้
   
             ด้านการทำนุบำรุงประเทศ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สร้างถนนขึ้นหลายสาย เช่น ถนนเจริญกรุง ถนนบำรุงเมือง เพื่อการคมนาคมภายในประเทศ โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างพระราชวังขึ้นที่เขามหาสมณะและพระราชทานพระนามว่า พระนครคีรี
          
            ด้านการปกครอง โปรดเกล้า ฯ ให้มีการจัดตั้งตำรวจนครบาลขึ้น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองพร้อมกับทรงจัดตั้งศาลยุติธรรม และโปรดเกล้า ฯ ให้แก้ไขกฎหมายให้ทันสมัยและเป็นสากลมากขึ้น โดยได้ทรงประกาศพระราชบัญญัติและกฎหมายต่าง ๆ มากถึง 500 ฉบับ
   
              ด้านดาราศาสตร์ ทรงมีความเชี่ยวชาญในวิชาโหราศาสตร์ และดาราศาสตร์อย่างมากทรงสามารถคำนวณ วันเวลาที่จะเกิดสุริยุปราคาล่วงหน้าถึง 2 ปีได้อย่างถูกต้องแม้นยำ พระองค์จึงทรงเป็นนักดาราศาสตร์ไทยคนแรก ที่สามารถคำนวณการเกิดสุริยุปราคา ปวงชนชาวไทยจึงได้ถวายพระราชสมัญญาให้พระองค์เป็นบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย
    
            ด้านประเพณีและวัฒนธรรม พระองค์ทรงยกเลิกพิธีการห้ามประชาชนเข้าเฝ้าหรือจ้องมองพระเจ้าแผ่นดิน และเลิกบังคับให้ประชาชนปิดประตูหน้าต่างสองข้างทางที่เสด็จพระราชดำเนินผ่าน และโปรดเกล้า ฯ ให้ประชาชน เข้าเฝ้าได้โดยทั่วถึง พร้อมกับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนถวายฎีการ้องทุกข์กับพระองค์ได้อีกด้วย
     ด้านความสัมพันธ์กับต่างประเทศ เมื่อเริ่มต้นรัชกาลเป็นยุคที่ประเทศมหาอำนาจ นิยมลัทธิล่าอาณานิคม พระองค์ทรงยอมผ่อนปรนติดต่อกับประเทศตะวันตกและทรงใช้นโยบายทางการทูตยอมเสียสละผลประโยชน์ส่วนน้อย เพื่อรักษาเอกราชของประเทศ โดยทรงทำสนธิสัญญากับประเทศตะวันตกเหล่านั้น เช่น สนธิสัญญาเบาริง กับประเทศอังกฤษ


  
              ในวโรกาสแห่งวันคล้ายวันสรรคต วันที่ 1 ตุลาคม 2557 ประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสาครล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น จึงพร้อมใจถวายพวงมาลาแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอเดชะพระบารมี และดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์แห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท จงดำรงสถิตเสถียรในทิพยสถานพิมานมาศ ณ สรวงสวรรค์ ได้โปรดดลบันดาลให้เหล่าอาณาประชาราษฎร์ และราชอาณาจักรไทยประสบแด่ความผาสุก เจริญรุ่งเรือง สวัสดิมงคล สมบูรณ์พูนผลตราบนิจนิรันดร์ เทอญ 

             ประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร  / ลิขิต รักอยู่  สมุทรสาครนิวส์

วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สุพรรณบุรี จับหน่อยสามเหลี่ยม เอเย่นยาบ้ารายใหญ่ยึดทรัพย์เกือบ 2 ล้านบาท




              เมื่อเวลา 11.45 น.วันที่ 2 ต.ค.พล.ต.สิทธิ ปิยะสนธิ รอง ผอ.กอ.รมน.จ.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.อนุสรณ์  วนาปกรณ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.สุมนตรี กรรณเลขา  ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี พ.ต.ท.เทอดไทย สุขไทย รอง ผกก.สส.สภ.เมืองสุพรรณบุรี พ.ท.อภินันท์ แสงคุ้มภัย ฝขว.บก.ควบคุม จทบ.ก.จ. แทน ผบ.กกล.รส.จทบ.ก.จ.พื้นที่ จว.สพ.  ร.ท.รักเกียรติ สีเดือน ผบ.ร้อย รส.จทบ.ก.จ. ร่วมกันแถลงข่าวจับ น.ส.สายรุ้ง มาพันธุ์ หรือหน่อยสามเหลี่ยม อายุ 28 ปีอยู่บ้านเลขที่ 93/1 หมู่ 4 ต.ดอนโพธิ์ทอง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี พร้อมของกลางยาบ้า 10,000 เม็ด เงินสด1,024,000 บาทรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าวีโก้ 1 คัน ทองรูปพรรณ สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารต่างๆ 5 เล่มรวมมูลค่า 1,657,000 บาท







                สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนายสมพงษ์ สุดแก้ว อายุ 27 ปี พร้อมกลางยาบ้า จำนวน 700 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 4.50 กรัม เอเย่นยาบ้ารายสำคัญในพื้นที่ ต.สระแก้ว อ.เมืองสุพรรณบุรี และขยายผลจับกุม น.ส.สายรุ้ง ได้พร้อมของกลาง




                สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่าตนประกอบอาชีพทำนาแต่เป็นหนี้เนื่องจากกู้เงินมาใช้จ่ายในครอบครัวเนื่องจากตนมีลูก 2 คนทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง จึงหันมาขายยาบ้าเพราะได้เงินง่ายและรายได้ดีโดยรับยาบ้ามาจากเอเย่นยาบ้าในพื้นที่ จ.อ่างทอง และส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ลักลอบขายมาแล้วหลายครั้งแต่ยังไม่เคยถูกจับแต่สุดท้ายไม่รอดถูกจับ




               พ.ต.อ.อนุสรณ์  วนาปกรณ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี กล่าวว่าสำหรับผู้ต้องหารายนี้เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมมานานเมื่อได้เบาะแสและข้อมูลที่ชัดเจนจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจสอบและจับกุมได้ซึ่งยาบ้าดังกล่าวนั้นรับมาจากเอเย่นยาบ้า ในพื้นที่ จ.อ่างทอง และคาดว่านำเข้ามาจากประเทศลาว ซึ่งจะได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ จ.อ่างทอง ขยายผลจับจับเพื่อร่วมขบวนการต่อไป








ศูนย์ข่าวสุพรรณบุรี

สุพรรณบุรี จัดงานรัฐพิธีที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว



               วันที่  ๑  ตุลาคม  ๒๕๕๗  ที่หอประชุมอาชาสีหมอก  ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี  ว่าที่ร้อยตรีสุพีร์พัฒน์  จองพานิช  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี  นำส่วนราชการ  หน่วยงานต่างๆ  และประชาชนชาวจังหวัดสุพรรณบุรี  เข้าร่วมงานรัฐพิธีที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  พร้อมวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล่ำเลิศ  โดยทรงพระปรีชาสามารถในวิทยาการต่างๆ หลายสาขา  อาทิ  อักษรศาสตร์  ภาษาศาสตร์  พุทธศาสตร์  โหราศาสตร์  ประวัติศาสตร์  รัฐศาสตร์  วิทยาศาสตร์  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาดาราศาสตร์  จนได้รับพระราชสมัญญาว่า  "พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย”




ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2553 ได้เห็นชอบการกำหนดให้วันที่ 18 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็น "วันพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” และให้เป็นวันรัฐพิธี โดยไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ  สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งว่า สำนักราชเลขาธิการ ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้วันที่ 1 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นวันรัฐพิธีที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และให้มีหมายกำหนดการเป็นประจำทุกปีเช่นเดียวกับวันที่ระลึกพระมหากษัตริย์รัชกาลอื่น และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีผู้แทนพระองค์ไปวางพวงมาลาถวายราชสักการะในการดังกล่าว













          ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี  / เรวัติ  น้อยวิจิตร  สุพรรณบุรีนิวส์

สุพรรณบุรี รวบพงษ์สนามคลี เอเย่นต์ยานรก




             เวลา 10.30 น. วันที่ 1 ต.ค. พ.ต.อ.อัครัช บัวจงกล ผกก.สภ.สระแก้ว  จ.สุพรรณบุรี สืบทราบว่า นายสมพงษ์  สุดแก้ว อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/1 หมู่ 4 ต.สนามคลี อ.เมืองสุพรรณบุรี เป็นเอเย่นต์ยาบ้ารายสำคัญในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียง จึงสังการให้ พ.ต.ท.อภิชาติ อาภาศิลป์ รอง ผกก.สส.ร.ต.ท.ชัยชาติ เข็มเงิน รอง สว.สส.นำกำลังวางแผนล่อซื้อโดยนัดส่งมอบยาบ้ากันบริเวณสะพานบ้านต้นข่อย ต.สระแก้ว

              เมื่อถึงเวลา นายสมพงษ์  ได้ขี่รถจยย. ยี่ห้อ ฮอนด้า โนวา แดช สีเขียว หมายเลขทะเบียน กยค 761 สุพรรณบุรี นำยาบ้ามาส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวการจับกุมตัว ตรวจค้นตัวพบของกลางยาบ้า จำนวน 700 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 4.50 กรัม โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง จึงยึดไว้เป็นของกลาง





             สอบสวน ผู้ต้องหา รับว่าตนประกอบอาชีพทำนาและติดยาบ้าต่อมาได้ผันตัวเป็นผู้ค้ากระทั่งเป็นเอเย่นต์เนื่องจากมีลูกค้าเยอะ โดยซื้อมาจาก เจ๊น้อย ไม่ทราบชื่อสกุลจริง บ้านอยู่บริเวณคอสะพานสามเหลี่ยม หมู่ 5  ต.ดอนโพธิ์ทอง อ.เมืองสุพรรณบุรี ในราคาถุงละ 17,000 บาท  แล้วนำมาจำหน่ายต่อในราคาถุงละ 19,000 บาทซื้อขายกันมาแล้วหลายประมาณ 7-8  ครั้ง ส่วนยาบ้าและยาไอซ์ดังกล่าวนั้นตนกำลังเตรียมส่งให้ลูกค้าแต่โชคไม่ดีถูกตำรวจจับจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สระแก้ว  ดำเนินคดีต่อไป



ศูนย์ข่าวสุพรรณบุรี